Businesswoman holding the justice scale

“Work-life balance” พลิกชีวิตมนุษย์เงินเดือน

Work-life balance แนวคิดการสร้างความสมดุลระหว่างการทำงาน และชีวิตส่วนตัว มารู้จักและดูวิธีการสร้าง Work-life balance ชีวิตการทำงาน เพื่อช่วยพลิกชีวิตมนุษย์เงินเดือนให้สามารถทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

1. สร้างความสุขเล็กๆ นอกเหนือจากการทำงาน

รู้จักสร้างความสุขเล็กๆ ให้กับตนเอง เพื่อให้เกิดความสมดุลในชีวิต และเป็นการสร้างความผ่อนคลายจากการทำงาน ช่วยลดความตึงเครียด ซึ่งการสร้างความสุขเล็กๆ ให้กับตนเองก็ทำได้ไม่ยาก ยกตัวอย่างเช่น

  • ไปเที่ยวในวันหยุด โดยชวนเพื่อนๆ ไปเทียวช้อปปิ้งหรือเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติต่างๆ หรือใครที่มีครอบครัวแล้ว ก็อาจพาครอบครัวไปเที่ยว เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น แถมยังเป็นวิธีที่จะช่วยสร้างความอบอุ่นในครอบครัวได้ดีอีกด้วย
  • สังสรรค์ ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ บ้าง เพราะอย่างน้อยก็เป็นการได้ปลดปล่อยและสร้างความสุขเล็กๆ ให้กับตัวเอง แต่ก็ควรสังสรรค์อย่างมีขอบเขตและไม่บ่อยจนเกินไป
  • ใช้เวลาไปกับความสุขในช่วงลาพักร้อนอย่างเต็มที่ โดยช่วงนี้อาจจะไปเที่ยวหรือพักผ่อนอยู่บ้านก็ได้ แต่ห้ามนำงานไปทำเด็ดขาด ควรปล่อยให้การพักร้อนเป็นเวลาแห่งการพักผ่อนจริงๆ

2. ดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง

เนื่องจากการมุ่งมั่นทำงานเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้สุขภาพดีขึ้น และมีผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานหลายคน ที่ต้องประสบกับปัญหาสุขภาพบ่อยๆ ดังนั้นเพื่อความสมดุลแบบ Work-life balance ควรดูแลและใส่ใจสุขภาพกายและสุขภาพจิตของตนเองให้มากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้โดยการ

  • ออกกำลังกาย โดยออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีและทำต่อเนื่องเป็นประจำ ซึ่งนอกจากจะทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น แข็งแรงขึ้นแล้ว ก็ช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเน้นผักผลไม้เป็นหลัก อาจทานเมนูคลีนเพื่อสุขภาพบ้าง และที่สำคัญควรเลี่ยงอาหารขยะ ของมัน ของหวานทั้งหลายอย่างเด็ดขาด
  • คิดในแง่บวก และทำกิจกรรมเพื่อการผ่อนคลายให้มากขึ้น เช่นอ่านหนังสือ ไปเที่ยว ดูหนังฟังเพลงที่ชอบ สิ่งเหล่านี้จะทำให้จิตใจแจ่มใสและมีความสุขมากขึ้น

3. รู้จักบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหารเวลาอย่างเป็นระบบ จะทำให้เกิดคุณภาพในชีวิตมากขึ้น โดยสำหรับมนุษย์เงินเดือนก็สามารถทำได้ด้วยการแบ่งเวลาส่วนตัวและเวลาทำงานอย่างเหมาะสม ไม่ควรใช้เวลาไปกับอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งหมด จนทำให้ชีวิตขาดความสมดุลไป โดยมีหลักการที่ต้องรู้ ดังนี้

  • กำหนดเวลาอย่างชัดเจน ว่าต้องใช้เวลาในการทำงานทำงานกี่ชั่วโมง และควรให้เวลาส่วนตัวกับตนเองในช่วงไหน
  • วางแผนการทำงาน เพื่อให้งานเสร็จรวดเร็วทันตามเวลาที่กำหนดในแต่ละวัน เพื่อจะได้ไม่ต้องนำงานกลับมาทำที่บ้านจนกระทบต่อเวลาส่วนตัว
  • ใช้เวลาส่วนตัวให้คุ้มค่า ด้วยการพักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่สำหรับคนที่มีครอบครัวแล้ว ก็อาจจะใช้เวลาในช่วงนี้ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวนั่นเอง

4. ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยไม่กดดันตัวเอง

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ใช้ชีวิตและการทำงานอย่างขาดสมดุลมานาน ควรค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองให้เกิด Work-life balance มากขึ้น โดยก้าวถึงความเปลี่ยนแปลงไปทีละขั้นอย่างไม่กดดัน เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียตามมา โดยมีเทคนิค ดังนี้

  • ตั้งเป้าหมาย เนื่องจากที่ผ่านมาอาจไม่เคยตั้งเป้าหมายให้กับตนเองเลย โดยให้เริ่มจากเป้าหมายที่เป็นไปได้จริงก่อน เช่น จากที่ต้องเอางานกลับไปทำที่บ้าน 4-5 งาน ก็ตั้งเป้าว่าจะต้องเหลืองานไปทำแค่ 2-3 งาน เมื่อทำสำเร็จก็ค่อยๆ ขยับเป้าหมายขึ้นไปอีก จนกระทั่งสามารถทำงานเสร็จได้ทันเวลา โดยไม่กระทบต่อเวลาส่วนตัวอีกต่อไป
  • ดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนเมนูอาหารที่ทานเล็กๆ น้อยๆ ค่อยๆ ลดปริมาณอาหารขยะจนเลิกได้ในที่สุด และใช้เวลาว่างในการออกกำลังกายบ้าง

ชีวิตที่ทำแต่งานเพียงอย่างเดียว
มักจะขาดสมดุลในชีวิตไป

ทำให้ไร้ซึ่งความสุขและสุขภาพแย่ลง แม้ว่าจะมีเงินเก็บมากมายก็ตาม ดังนั้นจึงควรสร้าง Work-life balance เพื่อพลิกชีวิตของมนุษย์เงินเดือน ให้มีความสุขกับการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น แถมยังช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย

สมัครรับบทความดีๆ
ทุกสัปดาห์

ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE