Checklist ก่อนและหลังทำประกันชีวิต

Checklist ก่อนและหลังทำประกันชีวิต

ก่อนจะทำ “ประกันชีวิต” สักฉบับ แต่ล่ะคนย่อมมีเหตุผลในการตัดสินใจทำประกันแตกต่างกันออกไป บางคนซื้อเพราะตัวแทนเป็นคนรู้จัก บางคนซื้อเพราะเพื่อนแนะนำ หรือบางคนก็ซื้อจากการหาข้อมูลเอง แต่เพื่อให้การซื้อประกันครั้งนี้มีความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมมาดูกันว่าก่อน และหลังซื้อประกันควรตรวจอะไรบ้าง?

11 Checklist ก่อนและหลังทำประกันชีวิตที่คุณไม่ควรพลาด

ก่อนทำประกันชีวิต

1. ตรวจสอบใบอนุญาติตัวแทน ข้อสำคัญอันดับแรก ไม่ว่า “ตัวแทน” จะเป็นใคร มีความสนิทสนม กับคุณแค่ไหน ก็ควรเช็คว่าบุคคลนั้นมี “ใบอนุญาตตัวแทน” หรือไม่?
เช็คใบอนุญาตตัวแทน คลิ๊ก >> http://eservice.oic.or.th/eservice/Search/Broker/PersonAllow.aspx

2. ทำความเข้าใจประกันที่กำลังจะซื้อว่าเป็นแบบไหน? เพราะประกันมีหลายรูปแบบ ควรศึกษา ข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งประกันแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ใหญ่ๆ คือ

ประเภทของประกัน

รายละเอียด / ความคุ้มครองเบื้องต้น ที่ควรทราบ

ประกันแบบคุ้มครองชีวิต หรือชั่วระยะเวลา ให้ความคุ้มครองกรณีที่เสียชีวิต จึงจะได้รับเงินชดเชย / ครบสัญญาไม่มีเงินคืน / รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ตามเบี้ยที่จ่ายจริง **เฉพาะประกันแบบคุ้มครอง เกิน 10 ปี เป็นต้นไป**
ประกันสะสมทรัพย์

/ ออมทรัพย์

คุ้มครองกรณีที่เสียชีวิต /  มีเงินคืนเมื่อครบสัญญา / ในบางประเภท อาจมีเงิน คืนระหว่างสัญญา / รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ตามเบี้ยที่จ่าย เฉพาะประกันแบบ คุ้มครองเกิน 10 ปีขึ้นไป *ตรวจสอบเงื่อนไขอื่นๆ อีกครั้ง*
ประกันสุขภาพและ

อุบัติเหตุ

คุ้มครองกรณีเสียชีวิต / ครบสัญญาไม่มีเงินคืน / หากเจ็บป่วยสามารถเบิกค่าใช้จ่าย ได้ตามเงื่อนไข / รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้เฉพาะเบี้ยส่วนของความคุ้มครองชีวิต **เฉพาะประกันแบบคุ้มครองเกิน 10 ปีขึ้นไป**

หมายเหตุ

· เบี้ยประกันสุขภาพ “ลดหย่อนภาษีไม่ได้”

· หากเป็นประกันสุขภาพ / อุบัติเหตุแบบรายปี (ไม่มีความคุ้มครองชีวิต) จะไม่สามารถ ลดหย่อนภาษีได้

· ตรวจสอบเงื่อนไขอื่นๆ อีกครั้ง

ประกันเกษียณ

 

ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต / มีเงินคืนเมื่อายุครบ 55 หรือ 60 ปี /  โดยจ่ายคืนเป็น รายปี / ผลประโยชน์อื่นๆ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข / รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ตามเบี้ยที่จ่าย

 

 

3. รู้ผลประโยชน์ที่ได้รับ รูปแบบของผลประโยชน์เป็นได้หลายอย่าง เช่น ความคุ้มครองกรณีเจ็บหรือป่วย เงินชดเชยกรณีต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล เงินคืนระหว่างสัญญา เงินชดเชยกรณีเสียชีวิต ฯลฯ ตามที่ระบุในกรมธรรม์

4. รู้จำนวน “ค่าเบี้ย x จำนวนปี” ที่ต้องจ่ายแน่นอน เพื่อประเมิณความพร้อมด้านการเงิน เพราะประกันชีวิตแต่ละแบบมีค่าเบี้ยประกัน และระยะเวลาในการจ่ายเบี้ยไม่เท่ากัน ดังนั้น คุณต้องรู้ว่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายในแต่ละปีเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ และต้องจ่ายเบี้ยทั้งหมดกี่ปี เพื่อประเมินความพร้อมด้านการเงิน โดยหาก เลือกจ่ายเบี้ยเป็นรายปี ค่าเบี้ยจะถูกกว่าการแบ่งจ่ายรายเดือน

5. หากเป็นประกันสุขภาพ ต้องทราบสิทธิ์ที่ได้รับว่า สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เท่าไหร่? ทั้งกรณีผู้ป่วยใน / ผู้ป่วยนอก  และมีเงื่อนไขการรับประกันอย่างไรบ้าง เช่น มีเงินชดเชยกรณีเจ็บป่วยจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนไหน เท่าไหร่บ้าง ฯลฯ

6. เมื่อจ่ายเบี้ยประกันชีวิต จะต้องได้รับ ใบรับเงินชั่วคราว เพื่อเป็นหลักฐานการชำระเงินค่าเบี้ยประกันให้กับตัวแทน โดยในเอกสารจะต้องระบุข้อมูลแบบประกันที่ซื้อ จำนวนเบี้ยประกันชีวิต และวันที่ชำระเงิน ให้ครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการรับความคุ้มครอง (เงื่อนไขการเริ่มความคุ้มครองเป็นไปตามที่กำหนดตามความคุ้มครองภายใต้เงื่อนไขใบรับเงินชั่วคราว)

หลังทำประกัน

7. เมื่อทำประกันเรียบร้อยแล้ว ต้องได้รับเล่มกรมธรรม์ และควรตรวจสอบว่า ข้อมูลส่วนตัว , ชื่อผู้ประกัน, แบบประกันที่ซื้อ, เบี้ยประกัน, ทุนประกันและชื่อผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุในเล่มกรมธรรม์ว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่? หากไม่ถูกต้อง ควรรีบติดต่อบริษัทประกัน เพื่อตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลโดยเร็วที่สุด

8. อย่าลืมจ่ายเบี้ยประกันชีวิต ปีถัดไป เพราะหากจ่ายช้าอาจมีค่าปรับ หรือไม่ได้รับสิทธิ์คุ้มครองตามที่ กรมธรรม์กำหนด ทั้งนี้คุณสามารถป้องกันปัญหาการลืมจ่ายเบี้ยประกันได้โดยแจ้งความจำนงกับบริษัทประกันชีวิตเพื่อทำการหักบัญชีเงินฝากหรือบัตรเครดิตอัตโนมัติ

9. ตรวจสอบผลประโยชน์จากกรมธรรม์ตามเวลาที่กำหนด หากแบบประกันที่คุณเลือกซื้อเป็นแบบประกันชีวิตที่มีการคืนเงินหรือจ่ายเงินปันผลระหว่างสัญญา เช่น มีเงินคืน x% ทุกปี เพื่อรักษาผลประโยชน์ของคุณ ควรตรวจสอบผลประโยชน์ที่ได้รับว่าบริษัทประกันให้ผลประโยชน์ดังกล่าวตรงตามวันที่ระบุในไว้ในกรมธรรม์หรือไม่

10. ติดต่อบริษัทประกันชีวิตเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในกรมธรรม์ เช่น แจ้งเปลี่ยน ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ หรือหากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ก็สามารถติดต่อบริษัทประกันเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้เช่นกัน

11. สุดท้าย…อย่าลืมจัดเก็บเอกสารกรมธรรม์ให้เป็นระเบียบ และแจ้งคนในครอบครัวถึงความคุ้มครองที่มีอยู่

ไม่ว่ากำลังจะตัดสินใจทำ “ประกัน” ประเภทใด อย่าลืม Checklist ก่อน-หลังทำประกันดังข้อมูลข้างต้น เพื่อให้การทำประกันครั้งนี้ คุณได้รับผลประโยชน์เต็มที่ และได้รับความคุ้มครองสูงสุดจากประกันชีวิต

สมัครรับบทความดีๆ
ทุกสัปดาห์

ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE