7 เรื่อง “เสี่ยง” ถ้าไม่ทำประกันชีวิต

article_insurance_default

บทความประกันชีวิต

แชร์

7 เรื่อง “เสี่ยง” ถ้าไม่ทำประกันชีวิต

เมื่อพูดถึงรายจ่าย หลายคนอาจคิดถึงรายจ่ายในชีวิตประจำวันที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว จนลืมไปว่าทุกคนมี “รายจ่ายแฝง” หรือเกิดเหตุไม่คาดคิดที่ทำให้ต้องใช้เงินฉุกเฉิน ซึ่งนอกจากการเก็บออมเงินสำรองที่สามารถนำมาใช้ทันทีแล้ว ประกันชีวิตก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยลดความเสี่ยงที่มีรูปแบบให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ การมีประกันติดตัวเท่ากับเป็นการซื้อความคุ้มครองให้ตนเองและลดความเสี่ยงให้คนข้างหลัง

แต่หลายคนมองข้ามความสำคัญของการทำประกันไป โดยลืมคิดไปว่าอาจมีรายจ่ายที่เกิดขึ้นได้หากไม่ทำประกัน โดยเฉพาะ 7 รายจ่ายเหล่านี้ที่มีโอกาสเกิดขึ้น หากไม่มีประกันชีวิตคุ้มครองค่าใช้จ่ายต่อไปนี้

  1. ค่ารักษาพยาบาล ไม่ว่าใครก็มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยได้จากการใช้ชีวิต การเผชิญเชื้อโรคจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ซึ่งประกันสุขภาพจะมอบความคุ้มครอง ลดภาระเรื่องค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินที่กรมธรรม์ระบุไว้ แต่หากไม่มีประกันก็มีโอกาสที่เงินออมจะหมดไปกับการรักษาตัว
  2. ค่าผ่าตัด เป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ ที่เกิดขึ้นได้ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิดและแพทย์ลงความเห็นว่าควรรักษาด้วยการผ่าตัด การมีประกันจะช่วยเพิ่มความสบายใจไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่ตามมา แต่ในกลุ่มคนที่ไม่มีประกันคุ้มครองหรือใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลที่ตนมีเท่านั้น ก็อาจต้องควักเงินส่วนตัวจ่ายเพิ่มเติมมีสิทธิ์ส่งผลกระทบกับสภาพคล่องทางการเงินได้ในระยะยาว
  3. ค่ารักษาโรคเรื้อรัง การเจ็บป่วยด้วยโรคบางชนิด เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน โรคความดันโลหิต หรือเป็นโรคที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเสียเงินซ้ำซ้อนและมักเป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง การเลือกประกันที่ให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงโดยเฉพาะ จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษา มีเงินชดเชยเมื่อต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
  4. ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหลังเกษียณ เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอนเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณอายุ แต่การจะมีชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคงได้ต้องอาศัยการวางแผนทางการเงินที่ดี เช่น วางแผนอนาคตด้วยประกันบำนาญหรือประกันสะสมทรัพย์ที่การันตีเงินได้ มีเงินใช้ยามเกษียณแน่นอน
  5. ค่าเทอมลูก สำหรับคนมีครอบครัว การวางแผนอนาคตลูกพร้อมๆ กับการให้การศึกษาที่ดีที่สุด นับเป็นภาระอันยิ่งใหญ่ที่ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายต่อเนื่องนานหลายปี การวางแผนอนาคตให้ลูกด้วยประกันสามารถช่วยตอบโจทย์ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ เพราะให้คุณรับเงินก้อนแน่นอนในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ต้องควักเงินก้อนใหญ่จ่าย เสี่ยงขาดสภาพคล่องอีกต่อไป
  6. ค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวเวลาเจ็บป่วย หากผู้นำครอบครัวหรือรายได้หลักในบ้าน เกิดเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด ไม่ได้มีเพียงค่ารักษาพยาบาลที่ต้องจ่ายเท่านั้น แต่อาจตามมาด้วยค่าใช้จ่ายภายในครอบครัวเพราะขาดคนดูแลรับผิดชอบไป การมีประกันชดเชยรายได้จะช่วยลดภาระ ลดผลกระทบด้วยการมอบเงินชดเชยรายวัน ทำให้ครอบครัวมีเงินใช้จ่าย แม้ในวันที่ผู้นำครอบครัวต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
  7. เงินสำรองของครอบครัว แต่ละครอบครัวควรมีเงินออมส่วนกลางสำรองไว้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินแต่ในกรณีที่ผู้นำครอบครัวขาดรายได้ ตกงานหรือรายรับที่มีไม่เพียงพอ มีความจำเป็นต้องใช้เงินมีประกันชีวิตจะช่วยลดภาระได้ เพราะสามารถกู้เงินจากกรมธรรม์ออกมาในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า ช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับครอบครัว
ทุกช่วงวัยล้วนมี “รายจ่าย” ในแบบของตนเอง ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบ หน้าที่และความเสี่ยงของแต่ละบุคคล การเลือกประกันชีวิตที่ตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตไว้หรือเลือกใช้ประกันสำหรับวางแผนอนาคตข้างหน้าจึงไม่เพียงช่วยสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดผลกระทบที่อาจส่งผลไปถึงคนข้างหลัง และลดความเสี่ยงที่เงินเก็บออมจะหมดไปกับรายจ่ายแฝงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน
ปัจจุบัน “ประกัน” รูปแบบใดตอบโจทย์ชีวิตคุณได้มากที่สุด?
ประกันสุขภาพ
ประกันชดเชยรายได้
ประกันบำนาญ
ประกันชีวิต
ประกันเพื่อเป็นหลักประกันให้กับคนข้างหลัง
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ