7 เคล็ดลับช่วยให้มีเงินเที่ยวเมืองนอก

การได้ท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นความฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะการได้ไปเที่ยวเมืองนอก แต่กว่าจะได้ไปแต่ละครั้งอาจไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่ากิน และค่าช้อปปิ้ง พอคิดจะจองตั๋วทีก็ต้องกลับมานั่งดูเงินในบัญชีทุกครั้ง จนบางครั้งต้องล้มเลิกทริปในฝันไปเพราะมีเงินเก็บไม่พอกับค่าใช้จ่าย

วันนี้เรามี 7 เคล็ดลับช่วยให้คุณมีเงินไปเที่ยวเมืองนอกได้อย่างสบายใจ เพื่อวางแผนเก็บเงินสำหรับทริปในฝันของคุณให้เป็นจริง

ก่อนอื่นคุณเลือกประเทศ/เมืองที่ต้องการไปท่องเที่ยว และกำหนดช่วงเวลาให้ชัดเจน เพื่อรู้ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเพื่อเริ่มวางแผนการเก็บเงินที่แน่นอน เช่น ถ้าตอนนี้คือต้นเดือนกุมภาพันธ์ เราต้องการจะไปเที่ยวญี่ปุ่นประมาณ 5-7 วัน เราต้องมีเงินประมาณ 30,000 บาท (ในกรณีนี้คือรวมค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ากิน ค่าที่พัก และค่าช้อปปิ้งแล้ว) และสมมติเรามีเวลาเก็บเงินทั้งหมด 5 เดือน เฉลี่ยแล้วควรเก็บเงินให้ได้เดือนละประมาณ 6,000 บาท

7 เคล็ดลับช่วยให้มีเงินเที่ยวเมืองนอกได้อย่างสบายใจ

1.เศษเงิน เศษเหรียญ หยอดเข้ากระปุกทุกวัน

หลังกลับจากที่ทำงานมาในตัวเรามีเหรียญเท่าไหร่ หยอดเข้ากระปุกให้หมด วิธีนี้ง่ายมากใครก็ทำได้ ถึงแม้วันนี้มันจะเป็นแค่เศษเหรียญ แต่ในวันข้างหน้า มันจะกลายเป็นเงินก้อนของคุณเอง เฉลี่ยสามารถเก็บเหรียญได้วันล่ะ 10 บาท ต่อวัน ภายใน 1 เดือนสามารถเก็บได้ถึง 300 บาทแล้ว และบางวันคุณอาจมีเศษเหรียญมากทำเงินเก็บของคุณมากขึ้นไปด้วย

 

2.เก็บเงินจาก “เงินเดือนวันแรก”

ทุกสิ้นเดือนให้แบ่งเงินจากรายได้ออกมาส่วนนึงโดยฝากแยกบัญชีเอาไว้สำหรับเที่ยวโดยเฉพาะ ฝากทุกเดือน ทำเป็นประจำ พอใกล้ถึงช่วงที่เราจะไปเที่ยวก็ถอนออกมาใช้ เช่น ถ้าเราได้เงินเดือนเดือนละ 20,000 บาท เราวางแผนจะเก็บเงินไว้สำหรับเที่ยวเดือน 5% ของรายได้ เพียงเท่านี้ก็จะออมเงินสำหรับเที่ยวได้แล้ว 1,000 บาทต่อเดือน

 

3.เก็บเงินจาก “ลดค่าใช้จ่ายบางอย่าง วันละนิด”

การออมแบบนี้เป็นการลดรายจ่าย เช่น ลดค่ากาแฟ จากแก้วใหญ่เป็นแก้วกลาง จะทำให้คุณใช้จ่ายน้อยลง และให้เก็บเงินส่วนต่างนั้นมาเป็นเงินออมไปเรื่อยๆ วันละ 20-40 บาท โดยนำเงินไปหยอดใส่กระปุกหรือใส่กล่องที่มั่นใจว่าจะไม่ง่ายต่อการหยิบออกมาใช้ วิธีนี้จะทำให้มีเงินเก็บ 900 บาทต่อเดือน

4.แบงค์ 50 ห้ามใช้

หลักการนี้เชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้ยิน เพราะแบงค์ 50 บาท เป็นแบงค์ที่หาเจอได้ยากกว่าแบงค์อื่น ถ้าเจอเมื่อไหร่ก็ให้เก็บไว้ โดยเฉพาะตอนรับเงินทอนจากแม่ค้าพ่อค้าทั้งหลาย หากเราเก็บไปได้สักระยะ ให้ลองกลับไปนับ จะเห็นว่าเงินที่ได้จากการเก็บแบงค์ 50 บาท จะได้หลายใบต่อเดือนเลยทีเดียว ประมาณ 400 บาทต่อเดือน

 

5. เก็บเงินจาก “ของที่อยากช้อป”

ในแต่ละเดือน มีสินค้าออกใหม่มากมาย เป็นเรื่องปกติที่ทำให้คุณต้องช้อปเป็นประจำ แต่หากคุณตั้งสติให้ดี และนำเงินส่วนที่คุณต้องช้อปสินค้านั้น มาเป็นเงินเก็บออมแทนจะทำให้คุณมีเงินเก็บเพิ่มขึ้น เช่น หากคุณต้องการซื้อเสื้อรุ่นใหม่ เพราะความสวยงาม แต่ไม่มีความจำเป็นใดๆ ให้นำเงินจำนวนที่เท่ากับราคาเสื้อตัวนั้นมาเป็นเงินออมแทน การเก็บเงินแบบนี้สามารถสร้างเงินเก็บให้คุณอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อเดือน

 

6. เก็บเงินจาก “การปรับวิธีสังสรรค์”

การนัดเจอเพื่อนฝูงในแต่ละครั้ง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการนัดกินข้าวตามร้านอาหาร หรือสถานสถานบันเทิงต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าค่าอาหารและค่าเครื่องดื่มจะค่อนข้างสูง ลองเปลี่ยนบรรยากาศเป็นนัดกินข้าวแบบ Street food หรือนัดสังสรรค์กันที่บ้านหรือคอนโดเพื่อนแทน วิธีนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงและยังคงมีความสุขกับเพื่อนได้เหมือนเดิม โดยวิธีนี้จะทำให้มีเงินเก็บ 1,000 บาทต่อเดือน

 

7. เก็บเงินจาก “การทำอาชีพเสริม”

การมีรายได้จากหลายช่องทางจะทำให้เราสามารถเก็บเงินได้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้น โดยดูจากความสามารถของเราเอง เช่น การหาของมาขายในอินเตอร์เน็ต การรับงาน Part-Time ทั่วไป การสอนพิเศษเด็ก เป็นต้น นั้นหมายความว่าการเก็บเงินไปเที่ยวเมืองนอกก็จะง่ายและเร็วขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เรามีเงินใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นอีกด้วย วิธีนี้จะทำให้มีเงินเก็บได้อย่างน้อย 1,500 บาทต่อเดือน

จะเห็นได้ว่า 7 เคล็บลับในการเก็บเงินที่แนะนำมาข้างต้น เป็นการเก็บเล็กผสมน้อย เพื่อให้ได้เงินเก็บที่เป็นเงินก้อนในแต่ละเดือน หากคุณทำตามทั้ง 7 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น การวางแผนเก็บเงินได้ 6,000 บาทต่อเดือนก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

แต่ต้องอย่าลืมว่า การเก็บเงินต้องความมีวินัย ความพยายาม และการอดออม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่คุณต้องการ

สมัครรับบทความดีๆ
ทุกสัปดาห์

ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE