5 โรคร้าย ที่ต้องใช้เงินรักษาตัวหลักแสน

    5 โรคร้าย ที่ต้องใช้เงินรักษาตัวหลักแสน

    ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนยุคใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิม เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันมากขึ้น แต่นั่นก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคร้ายโรคเรื้อรังได้โดยไม่รู้ตัว ประกอบกับเชื้อโรคมีพัฒนาการขึ้นจากเดิมการรักษาด้วยวิธีแบบเก่าจึงอาจไม่ได้ผล ทำให้หลายโรคต้องรักษาด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย ใช้ยารักษาเฉพาะทาง ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายสูงหลักหมื่น หลักแสน จนถึงหลักล้านบาท

    โดย 5 โรคร้ายที่ต้องใช้เงินรักษาตัวหลักแสนที่ควรระวัง ได้แก่

    1. โรคมะเร็ง 

    โรคเรื้อรังที่มีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เกิดได้กับอวัยวะทุกส่วนภายในร่างกาย ซึ่งมะเร็งที่พบได้บ่อย 3 อันดับแรกของคนไทย คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก

    อาการ : มีความผิดปกติเกิดขึ้นที่อวัยวะที่มีเชื้อมะเร็งทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะนั้นลดน้อยลง เช่น มะเร็งเต้านม มีก้อนเนื้อบริเวณเนื้อนม กดแล้วเจ็บ เต้านมมีขนาดผิดปกติต่างไปจากเดิม

    ค่าใช้จ่าย : ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง เช่น การฉายแสง การให้คีโม การให้ยาเฉพาะ ทั้งยังมีโอกาสที่ค่าใช้จ่ายจะถึงหลักล้านบาทได้ หากเชื้อมะเร็งลุกลามและมีโรคอื่น ๆ แทรกซ้อน

    2. โรคหัวใจ

    โรคที่ถูกยกให้เป็นเพชรฆาตเงียบ แบ่งออกได้เป็นหลายประเภท อาทิ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว มีสาเหตุมากจากกรรมพันธุ์ ความเครียด การสูบบุหรี่ การกินอาหารไขมันสูง หรือโรคความดันโลหิตสูง

    อาการ : วูบหมดสติ เจ็บหน้าอก ภาวะหัวใจล้มเหลว เสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต และเสียชีวิตในที่สุด

    ค่าใช้จ่าย : แนวทางการรักษาโรคหัวใจ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ

    1. การรักษาด้วยยา เช่น ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยาลดไขมันในเลือด [ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์]
    2. การผ่าตัด ไม่รวมค่าเครื่องมือพิเศษช่วยส่งเสริมการทำงานของหัวใจ [ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์]

    3. โรคเบาหวาน

    โรคเรื้อรังที่เกิดจากร่างกายผลิตอินซูลินผิดปกติ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ตามสถิติ พบคนไทยป่วยด้วยโรคนี้แล้วเกือบ 5 ล้านคน [ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค] มีปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคจากกรรมพันธุ์ ภาวะอ้วน การกินอาหาร ดื่มน้ำที่มีน้ำตาลสูง ความผิดปกติของตับอ่อน

    อาการ : ผิวหนังแห้ง แผลหายช้า ตาพร่ามัว ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลียง่าย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

    ค่าใช้จ่าย : ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องกินยารักษา ฉีดอินซูลินเข้าสู่เลือด [ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์] ต่อเนื่องเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันโรคแทรกซ้อน

    4. โรคไต

    เกิดจากไตถูกทำลาย ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานกรองของเสียออกจากเลือดลดน้อยลง พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด การกินของหมักดอง กินเค็ม

    อาการ : อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย หายใจถี่ เบื่ออาหาร เท้าบวม ตาบวม หรือไม่มีอาการใดๆ เลยก็ได้

    ค่าใช้จ่าย : ขึ้นอยู่กับประเภทของโรค [ตามดุลยพินิจของแพทย์] แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ เพื่อชะลอความเสื่อมของไตและป้องกันโรคแทรกซ้อน ได้แก่

    1. การฟอกไต ผู้ป่วยต้องฟอกไตทุกวันหรือทุกสัปดาห์
    2. การผ่าตัดปลูกถ่ายไต [ไตของผู้บริจาคต้องเข้ากับร่างกายของผู้รับได้]

    5. โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน

    สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากมีไขมันไปอุดตันในเส้นเลือด หลอดเลือดจึงตีบแคบลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ เนื้อเยื่อสมองถูกทำลาย และสูญเสียประสิทธิภาพการทำงานในที่สุด

    อาการ : แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ชาครึ่งซีก ปวดศีรษะ ทรงตัวไม่ได้

    ค่าใช้จ่าย : ขึ้นอยู่กับการรักษาและระยะของโรค เช่น

    1. การรักษาระยะเฉียบพลัน เช่น การให้ยาสลายลิ่มเลือด ยาต้านเกร็ดเลือด
    2. การผ่าตัดเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับสมอง ลดความเสี่ยงการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต

    ยังมีอีกหลายโรคร้ายที่ต้องใช้เงินรักษาตัวนับแสนบาท ซึ่งการมีตัวช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายไว้ จะทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเมื่อเจ็บป่วย เช่น “ประกันเพราะห่วงใย คุ้มครองสุขภาพ” ประกันที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่าย [ตามวงเงินที่ทำ] มีเงินคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา และอย่าลืมดูแลสุขภาพหมั่นตรวจหาความผิดปกติของร่างกายเพื่อหาวิธีการรักษาได้อย่างทันท่วงที ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดภาระเรื่องค่ารักษาพยาบาลได้เช่นกัน

    สมัครรับบทความดีๆ
    ทุกสัปดาห์

    ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE