5 เรื่องในชีวิต ที่บอกว่าคุณควร “ทำประกัน” ตั้งแต่ตอนนี้

article_insurance_default

บทความประกันชีวิต

แชร์

5 เรื่องในชีวิต ที่บอกว่าคุณควร “ทำประกัน” ตั้งแต่ตอนนี้

“ประกันชีวิต” คือหนึ่งในเครื่องมือช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับชีวิต มอบความคุ้มครองแน่นอน ความเสี่ยงต่ำ ช่วยแบ่งเบาภาระและลดผลกระทบที่อาจจะตามมา เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น แต่หลายคนมองข้ามความสำคัญของประกันชีวิต เพราะคิดว่าไม่จำเป็น ทั้งที่ความจริงไม่มีใครคาดเดาได้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น มาดูกันว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คุณควรพิจารณาทำประกันชีวิตสักที

5 เรื่องในชีวิตที่บอกว่าคุณควรตัดสินใจ “ทำประกันชีวิต” ตั้งแต่ตอนนี้

เมื่อไหร่ถึงควรเริ่มทำ “ประกันชีวิต”

1. มีคนข้างหลังต้องดูแล

ถ้าคุณเป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องดูแลสมาชิกในครอบครัวและค่าใช้จ่ายในบ้าน ควรวางแผนสำรองเพื่อรักษาสภาพคล่องในครอบครัว ทั้งในกรณีเจ็บป่วยและกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน ฉะนั้น ควรเลือกทำประกันชีวิตเพื่อสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว โดยประกันที่ควรทำมี 2 แบบ
  1. ประกันชีวิตแบบชดเชยรายได้ เพื่อรับเงินชดเชยในกรณีที่เจ็บป่วยจนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ประกันรูปแบบนี้จะช่วยเติมเต็มรายได้ที่ขาดหายไปในระหว่างที่คุณรักษาตัว และลดผลกระทบต่อสภาพคล่องของครอบครัว
  2. ประกันชีวิต โดยเลือกทำประกันที่ได้รับเงินกรณีเสียชีวิต ให้ครอบครัวได้มีเงินก้อนเพียงพอต่อการตั้งหลักเพื่อดำรงชีวิตต่อไป

2. มีคนในครอบครัวเป็นโรคร้ายแรง

โรคร้ายแรงบางชนิดมีปัจจัยมาจากกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันได้จากรุ่นสู่รุ่น หากสำรวจดูแล้วว่าคนในครอบครัวมีประวัติการเจ็บป่วยหรือเป็นโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง โรคความดัน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต ฯลฯ ฉะนั้น คุณสามารถเตรียมพร้อมรับมือไว้ได้ตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง ด้วยการเลือกทำประกันชีวิตแบบคุ้มครองสุขภาพ เพื่อช่วยแบ่งเบาค่ารักษาพยาบาล และควรรีบตัดสินใจทำประกันต่อเนื่องทุกปีก่อนเป็นโรค เพราะหากเป็นโรคร้ายแล้ว ประกันจะไม่คุ้มครองโรคที่คุณเคยเป็นหรือเป็นอยู่แล้ว

3. มีแนวโน้มเจ็บป่วยบ่อย

เรื่องเจ็บป่วยเกิดขึ้นได้กันทุกคน ยิ่งทำงานหนัก ไม่ได้ออกกำลังกายสม่ำเสมอและพักผ่อนน้อย ยิ่งทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมา และปัญหาสุขภาพเหล่านี้มักทำให้ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ที่ต้องเข้ารับการรักษาตามอาการอยู่บ่อยครั้ง ฉะนั้น ควรเลือกทำประกันสุขภาพ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและเข้าถึงการรักษาได้เร็วมากยิ่งขึ้น ถึงแม้คุณอาจมีสวัสดิการจากรัฐบาลหรือบริษัทอยู่แล้ว แต่ค่ารักษาพยาบาลที่ต้องจ่ายอาจสูงเกินวงเงินที่มีอยู่

4. มีรายได้เพิ่มขึ้น

หลายคนอาจแปลกใจว่าทำไมเมื่อมีรายได้เพิ่ม ถึงควรทำประกันชีวิต เพราะรายได้ที่คุณได้เพิ่มมานั้นมาพร้อมกับภาษีเงินได้ที่คุณต้องจ่ายในแต่ละปี ซึ่งประกันชีวิตเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการลดหย่อนภาษี และยังได้ความคุ้มครองชีวิตอีกด้วย ฉะนั้น ควรเลือกทำประกันชีวิตเพื่อสะสมทรัพย์ ที่สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท หรือหากใครมองการไกล อยากมีเงินบำนาญไว้ใช้หลังเกษียณ ก็สามารถเลือกทำประกันชีวิตเพื่อเกษียณอายุ ที่สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท

5. มีเป้าหมายระยะยาว

นอกจากความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพแล้ว ประกันชีวิตยังเป็นตัวช่วยในการวางแผนอนาคตที่ดี เพราะสามารถกำหนดจำนวนเงินและระยะเวลาที่ต้องการใช้เงินได้ชัดเจน หากคุณมีแผนในการเก็บออม เพื่อเป้าหมายในอนาคต เช่น เก็บเงินก้อนเพื่อการศึกษาลูก วางแผนเกษียณ ฯลฯ ประกันชีวิตจึงเป็นเครื่องมือที่ดีที่ช่วยคุณจัดการเงินในระยะยาว ฉะนั้น ควรเลือกทำประกันชีวิตเพื่อสะสมทรัพย์ หรือประกันชีวิตเพื่อเกษียณอายุ เพื่อช่วยวางแผนและกำหนดจำนวนเงินที่ต้องเก็บออมให้ได้เงินก้อนใหญ่ตามเป้าหมายที่ตั้งใจ
เมื่อคุณมีคำตอบในการทำประกันชีวิตแล้ว ควรศึกษาข้อมูลและสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทประกันชีวิต เพื่อให้แน่ใจว่า แบบประกันที่คุณเลือกทำนั้นเป็นแบบประกันที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่คุณต้องการ และมั่นใจได้ว่าจะได้รับประโยชน์ตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้
เรื่องไหนที่ทำให้คุณจะตัดสินใจทำประกันชีวิต?
คนในครอบครัว
โรคร้ายแรงทางกรรมพันธุ์
ปัญหาสุขภาพ
รายได้ที่เพิ่มขึ้น
เป้าหมายระยะยาว
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ