5 สถานที่ ที่น่าพาลูกไปเพื่อการเรียนรู้

    5 สถานที่ ที่น่าพาลูกไปเพื่อการเรียนรู้

           ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ธรรมชาติกลายเป็นเพียงส่วนประกอบที่ดูไม่สลักสำคัญต่อมนุษย์เท่าใดนัก เวลานี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ “เด็กเล็ก” ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ไวต่อสิ่งเร้ารอบข้าง สิ่งที่อันตรายที่สุดคงนี้ไม่พ้นเจ้าอุปกรณ์สมาร์ทแก็ดเจ็ตทั้งหลายอันนำไปสู่การขาดปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก เด็ก ๆ จะละทิ้งสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ฉะนั้นครอบครัวนับเป็นตัวการหลักที่จะชี้นำเด็ก ๆ ไปในทางที่เหมาะที่ควร พ่อแม่จำเป็นต้องสรรหากิจกรรมที่สามารถดึงพวกเขาออกห่างจากโลกหน้าจอ และ การศึกษานอกสถานที่ก็จัดเป็นความคิดที่ดีไม่น้อยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ต่อพัฒนาการการเรียนรู้แล้ว ยังส่งเสริมให้พวกเขารู้จักการเข้าสังคมอีกด้วย

           กิจกรรมพัฒนาการการเรียนรู้แก่เด็กนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่กิจกรรมพัฒนาทักษะด้านวิชาการเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการรู้จักใช้จินตนาการควบคู่ไปด้วย แหล่งเรียนรู้สมัยนี้ออกแบบให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และได้เล่นในเวลาเดียวกัน พวกเขาจะได้ Play and Learn ไปพร้อม ๆ กับเพื่อนในวัยเดียวกันอย่างเพลิดเพลิน ดังนั้นแล้ว มาลองดู 3 แหล่งเรียนรู้น่าเที่ยวที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายห้ามพลาดกันเลยดีกว่า

    1. “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ทฤษฎีเคยกล่าวไว้เช่นนั้น หลายครั้งที่คนเราไม่สามารถเอาตัวรอดโดยมีแค่เพียงความรู้ แต่จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ต่างหากที่เป็นเครื่องมือแก้ไขสถานการณ์ Imaginia สวนสนุกแห่งจินตนาการและการเรียนรู้ของคนกรุง บรรจุกิจกรรมไว้มากมายถึง 19 โซน ไม่ว่าจะเป็น Art Gallery, Builder Studio, Ride to the Sky, Imaginia Town Hall, หรือ DJ Canopy และอื่น ๆ นิทรรศการเหล่านี้เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสกับประสบการณ์การเรียนรู้และสร้างสรรค์โดยตรง พวกเขาจะได้ลงมือปฏิบัติจริง ปล่อยพลังให้สุดเหวี่ยง ออกกำลังกล้ามเนื้อมัดเล็ก และจินตนาการไปตามนิทานและเสียงดนตรี รวมไปถึงรู้จักการใช้ความคิดและสมาธิอย่างแท้จริง บางนิทรรศการ เช่น Imaginia Town Hall เด็ก ๆ จะได้สัมผัสกับการเรียนรู้แบบ 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น เรียกได้ว่าครบครันทั้งทักษะด้านความคิด จินตนาการ ความรู้ ร่างกาย และภาษากันเลยทีเดียว
    2. หลังจากสร้างเสริมจินตนาการกันจนเต็มอิ่มแล้ว มาลองเยี่ยมชม จัตุรัสวิทยาศาสตร์ กันดูเสียหน่อย จัตุรัสนี้เป็นพื้นที่วิทยาศาสตร์แบบ Interactive ซึ่งเด็ก ๆ สามารถทดลองและสัมผัสได้ด้วยตนเอง พื้นฐานสำคัญที่แหล่งเรียนรู้แห่งนี้ต้องการสื่อสารแก่เด็ก ๆ คือ “วิทยาศาสตร์อยู่รอบตัวเรา” สถานที่นี้จัดเตรียมห้องทดลองวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสกับกลไกการทำงานของไฟฟ้า แม่เหล็ก ประสาทรับรู้ แรงโน้มถ่วง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีมุมสนามเด็กเล่นและมุมนักอ่าน ซึ่งจุดประสงค์หลักคือ เพื่อพัฒนาทักษะและเพื่อปลูกฝังให้เด็ก ๆ มีนิสัยรักการอ่านนั่นเอง
    3. แหล่งเรียนรู้น่าเที่ยวอีกแห่งคือ โครงการป่ในกรุง ปัจจุบัน พื้นที่สีเขียวมีปริมาณลดลง ผู้คนไม่เห็นความสำคัญของธรรมชาติและป่าเขา ไม่ว่าจะหันไปทางใดก็พบแต่โครงการหมู่บ้านจัดสรร คอนโดฯ อพาร์ตเมนต์ และศูนย์การค้าทั้งสิ้น ฉะนั้น โครงการป่าในกรุงนับเป็นโครงการที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง นอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก ๆ ยุคดิจิตอลที่ใช้ชีวิตอยู่แต่หน้าจอสี่เหลี่ยมอีกด้วย พวกเขาสามารถสัมผัสกับธรรมชาติโดยไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล อีกทั้งยังได้เรียนรู้ระบบนิเวศ การปลูกป่า พร้อม ๆ ไปกับการปลูกฝังจิตสำนึกให้เห็นถึงความสำคัญของป่าไม้ ไฮไลท์ของโครงการนี้ที่ห้ามพลาดคือ Sky Walk ความยาว 200 เมตร “เส้นทางศึกษาธรรมชาติ” ที่มาพร้อมกับการชมทิวทัศน์อันเขียวชอุ่มและธรรมชาติอันปราศจากตึกสูงระฟ้า ถือเป็นวิธีปลีกตัวจากความวุ่นวายที่น่าสนใจทีเดียว

    เชื่อว่า พ่อแม่ทั้งหลายคงอยากให้ลูกหลานที่กำลังเติบโตขึ้นมาท่ามกลางยุคดิจิตอลได้ลองสัมผัสกับกิจกรรมสนุก ๆ นอกบ้าน ให้พวกเขาได้ใช้ร่างกาย ความคิด และจินตนาการ เพราะการเรียนรู้จากจอมือถือและห้องเรียน ณ เวลานี้ไม่เพียงพออีกต่อไป การเรียนรู้และลงมือทำนอกห้องเรียนต่างหากที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ลูกหลานตัวน้อย ๆ จะขาดไม่ได้เลยคือ “ความร่วมมือจากพ่อแม่” ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะและประสบการณ์การเรียนรู้อย่างงดงาม

    สมัครรับบทความดีๆ
    ทุกสัปดาห์

    ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE