5 ความเชื่อผิดๆ ในการออกกำลังกาย

    5 ความเชื่อผิดๆ ในการออกกำลังกาย

    ยุคนี้เทรนด์การออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ เรียกได้ว่ามาแรงแซงทุกเทรนด์จริงๆ เรามักจะเห็นคนรอบตัวหันมาใส่ใจในเรื่องพวกนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือการเข้าฟิตเนส ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากทีเดียว เพราะการออกกำลังกายทั้งช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี มีแต่ข้อดี แทบไม่มีข้อเสียให้เห็น ซึ่งสิ่งเดียวที่ทำให้การออกกำลังกายนั้นไม่ได้ผลตามที่หวังไว้ ก็คือ 5 ความเข้าใจผิดเหล่านี้นี่เอง

    5 ความเชื่อผิดๆ ในการออกกำลังกาย ที่ต้องทำความเข้าใจเสียใหม่

    1. คนอายุเยอะ ไม่ควรออกกำลังกาย

    เปิดข้อแรกมาก็อาจจะตรงกับความเชื่อของใครหลายๆ คนเลย เพราะแนวความคิดที่ว่าคนสูงอายุไม่ควรออกกำลังกายนั้นมันฝังหัวเรามาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายเลยก็ว่าได้ ซึ่งมันก็ถูกนะ แต่ถูกแค่นิดเดียว เพราะถึงแม้คนแก่จะไม่ควรหักโหมเหมือนสมัยวัยรุ่น แต่การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุนั้นก็ทำได้หลายวิธีด้วยกัน ทั้งการแกว่งแขน การเดิน หรือการรำไทเก๊ก แค่เลือกประเภทของการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัย ก็ช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นได้แล้ว

    2. ผู้หญิงตั้งครรภ์ ไม่ควรออกกำลังกาย

    อาจเพราะคนท้องนั้นดูอ่อนแอและกลัวว่าการออกกำลังกายจะไปกระทบถึงลูกในครรภ์ เลยทำให้มีความเชื่อแบบนี้โผล่ขึ้นมา ซึ่งในความเป็นจริง การที่คุณแม่ตั้งครรภ์หันออกกำลังกายนั้นมีประโยชน์ต่อลูกในท้องมากกว่าที่คิดเยอะ เพราะจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายแม่ดีขึ้น ทำให้ถ่ายเทออกซิเจนไปสู่ลูกรักได้ดีขึ้นกว่าเดิม ช่วยให้เจ้าตัวน้อยเติบโตแข็งแรงสมบูรณ์ และสารแห่งความสุขที่ได้รับจากการออกกำลังกาย จะยังคงอยู่นานถึง 8 ชั่วโมง ทำให้ลูกรักมีความสุขร่วมกันกับแม่ได้อย่างเนิ่นนาน ทนต่อสภาพความเครียดระหว่างอยู่ในครรภ์ได้เป็นอย่างดี

    3. ก่อนออกกำลังกายต้องดื่มกลูโคส

    น้ำที่ดีและมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับคนที่ออกกำลังกายก็คือ น้ำเปล่า ไม่ใช่กลูโคสหรือเกลือแร่แต่อย่างใด เพราะขณะออกกำลังกายร่างกายเราจะสูญเสียน้ำไปในรูปแบบของเหงื่อ แต่เกลือแร่จะถูกกักเก็บไว้ที่ไต รวมทั้งการดื่มกลูโคสเองก็ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น เพราะจะทำให้ความสามารถในการออกกำลังกายของเราลดลง การทานกลูโคสใช้สำหรับการแข่งขันระยะสั้น ที่ไม่ต้องใช้เวลานานเท่านั้น แต่สำหรับคนที่ออกกำลังกายย่อมอยากใช้เวลาตรงนี้นานๆ ให้มีเรี่ยวแรงเหลือพอสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อนั่นเอง

    4. ออกกำลังกายตอนท้องว่างช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีกว่า

    เหตุผลหลักที่คนส่วนใหญ่หันมาออกกำลังกายก็เพราะอยากลดความอ้วนนี่แหละ บางคนเลยมีความเชื่อผิดๆ ว่า ยิ่งออกกำลังกายตอนท้องว่าง จะยิ่งทำให้ผอมไว ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่เลย เพราะการออกกำลังกายตอนท้องว่างจะทำให้เราไม่ค่อยมีแรง ทำให้ออกกำลังกายได้ไม่เต็มที่ และเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำตาล เป็นลมขณะออกกำลังกายอีก เพราะฉะนั้น ต้องมีอะไรตกถึงท้องสักหน่อย แล้วค่อยไปออกกำลังกาย

    5. ออกกำลังกายแล้วจะกินอะไรก็ได้

    หลายคนชอบคิดว่าตัวเองออกกำลังกายแล้ว จะกินอะไรก็ได้ เพราะยังไงมันก็เผาผลาญไปหมดอยู่ดี ซึ่งถ้าคิดแบบนี้ล่ะก็เตรียมตัวน้ำหนักขึ้นได้เลย เพราะปริมาณแคลอรี่ที่เราได้รับเข้าไปมันย่อมมากกว่าที่เราเอาออกมาด้วยการออกกำลังกายอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าทานแบบไม่สนใจใคร ต่อให้ออกกำลังกายหนักแค่ไหน ยังไงก็อ้วนอยู่ดี

    ถ้าหากคนไหนที่มีความเชื่อผิดๆ แบบนี้อยู่ก็ลบมันไปให้ไวเลย และส่งต่อความรู้ในสิ่งที่ถูกต้องให้คนอื่นทราบด้วยนะ เพราะอาจจะยังมีคนรอบตัวเราอีกมากที่เค้ายังเชื่อในเรื่องพวกนี้ ถ้าเจอใครยังทำพฤติกรรมผิดๆ พวกนี้อยู่ล่ะก็ อย่าลืมสะกิดบอกเค้าให้ทำความเข้าใจใหม่ด้วยนะ

    สมัครรับบทความดีๆ
    ทุกสัปดาห์

    ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE