ประกันสุขภาพ

4 สาเหตุที่ทำให้คุณต้องจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพสูงขึ้น

4 สาเหตุที่ทำให้คุณต้องจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพสูงขึ้น

“ประกันชีวิตคุ้มครองสุขภาพ” ตัวช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาล และให้คุณเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น แต่ก่อนทำประกันสุขภาพควรทำความเข้าใจรายละเอียดกรมธรรม์ และไม่ควรมองข้าม “ปัจจัย” ที่มีผลต่อเบี้ยประกันสุขภาพ เพราะแต่ละคนมีปัจจัยที่มีโอกาสทำให้เบี้ยประเพิ่มสูงขึ้นได้ขึ้นอยู่กับประวัติการเจ็บป่วยของตนเอง ประวัติโรคร้ายแรงภายในครอบครัว

4 ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยประกันสุขภาพของคุณเพิ่มขึ้น มีดังนี้

1. อายุ

เพราะอายุที่มากขึ้น มีความเสี่ยงที่จะเกิดการเจ็บป่วยได้มากกว่าคนที่อายุน้อยและมีโอกาสต้องนอนพักรักษาตัวยาวนานกว่า ร่างกายยังซ่อมแซมตัวเองได้ไม่เต็มที่ อวัยวะมีความเสื่อมมากกว่าคนที่อายุยังน้อยอยู่ ดังนั้น อายุจึงเป็นปัจจัยที่บริษัทประกันจะนำมาพิจารณาร่วมด้วย ซึ่งคนที่มีอายุมากมักจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพสูงตามไปด้วย

2. เพศ

เมื่อเกิดการเจ็บป่วยขึ้นด้วยโครงสร้างทางร่างกายของผู้หญิง เช่น กระดูก กล้ามเนื้อมีน้อยกว่าผู้ชาย หัวใจของผู้หญิงมีขนาดเล็กกว่าผู้ชาย การรับเอาออกซิเจนจากอากาศของผู้หญิงที่มีน้อยกว่าผู้ชาย อาจต้องใช้เวลานอนพักรักษาตัวยาวนานกว่าเพศชาย โดยสถิติจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ [สสส.] ยังพบสถิติว่า “เพศหญิงมีอายุยืนกว่าเพศชาย เฉลี่ยอยู่ที่ 77 ปี แต่มีช่วงอายุที่เกิดการเจ็บป่วยหรือสุขภาพไม่แข็งแรงมากกว่าผู้ชาย ส่วนในเพศชายจะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 71 ปี แต่มีโอกาสเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากกว่าเพศหญิง ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน”

“เพศ” จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เบี้ยประกันสุขภาพของเพศหญิง มีโอกาสสูงกว่าเพศชายได้

3. ประวัติสุขภาพของตัวเองและครอบครัว (กรรมพันธุ์)

ประวัติการรักษาโรคกรรมพันธุ์และการเข้ารับการรักษาพยาบาล มีผลต่อเบี้ยประกันสุขภาพ ทำให้คนที่ไม่เคยเจ็บป่วยเบี้ยประกันถูกกว่าคนที่เจ็บป่วยบ่อย หรือคนที่มีประวัติการเจ็บป่วยมาก่อน โดยเฉพาะกรณีที่เป็นโรคที่เกิดจากกรรมพันธุ์ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง เบาหวาน บริษัทประกันอาจพิจารณาเบี้ยประกันสูงกว่าคนปกติทั่วไปหรือพิจารณาไม่รับทำประกันภัย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกรรมพันธุ์เท่านั้นที่บริษัทประกันอาจไม่รับทำประกันภัย แต่รวมไปถึงโรคที่ตรวจเจอก่อนหน้าทำประกันก็เช่นกัน

4. ความเสี่ยงของอาชีพ

ประกันชีวิตจะแบ่งขั้นอาชีพออกเป็น 4 ขั้น ได้แก่ อาชีพขั้นที่ 1 กลุ่มที่ทำงานในออฟฟิศ อาชีพขั้นที่ 2 กลุ่มที่ต้องเดินทางหรือกลุ่มอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อาชีพขั้นที่ 3 กลุ่มอาชีพใช้แรงงานหรือใช้ฝีมือ และอาชีพขั้นที่ 4 กลุ่มอาชีพใช้แรงงานหรือกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง

ซึ่งไม่ว่าจะทำงานอาชีพใด ย่อมมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยต่างกัน ทำให้อาชีพที่ทำอยู่มีผลต่อเบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่าย โดยเฉพาะอาชีพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเกิดการบาดเจ็บ เช่น อาชีพที่ต้องเดินทางเป็นประจำ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงเป็นโรคร้ายแรง อาจทำให้เบี้ยประกันอาจสูงกว่าคนทำงานในออฟฟิศซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่า

“เบี้ยประกันสุขภาพ” มีความแตกต่างกันไปตามปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล ในส่วนนี้ คุณสามารถสำรวจปัจจัยที่มีผลต่อเบี้ยประกันของตนเองเพื่อวางแผนทางการเงินไม่ให้สะดุด ป้องกันการขาดส่งเบี้ยประกันจนไม่ได้รับความคุ้มครอง และเพื่อผลประโยชน์ที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลมากยิ่งขึ้น ควรตัดสินใจทำประกันสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อยหรือตอนที่สุขภาพยังแข็งแรง เพราะเบี้ยประกันจะถูกลง ใช้ชีวิตได้เต็มที่มากยิ่งขึ้น รวมถึงสอบถามปัจจัยและเงื่อนไขของประกันสุขภาพที่คุณสนใจ กับตัวแทนประกันชีวิต เพื่อรับคำแนะนำแบบประกันที่เหมาะกับคุณ

 

สมัครรับบทความดีๆ
ทุกสัปดาห์

ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE