4 เคล็ดลับลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิต

บทความประกันชีวิต

แชร์
การวางแผนลดหย่อนภาษี เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลดหย่อนภาษี เป็นเรื่องที่ควรทำตั้งแต่เนิ่นๆ ทุกปี ซึ่งวิธีลดหย่อนภาษีมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการนำค่าใช้จ่ายมาช่วยลดหย่อนภาษี เช่น ดอกเบี้ยบ้าน เงินบริจาค หรือการลงทุนเพื่ออนาคตและรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี วันนี้เราจะมาเจาะลึกการลงทุนเพื่ออนาคตเพื่อการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิต เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณวางแผนอนาคตและใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อย่างคุ้มค่ากว่าปีที่ผ่านมา
  1. ประเภทแบบประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้

    ต้องเป็นประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถเลือกจ่ายเบี้ยประกันกี่ปีก็ได้ตามที่ต้องการ โดยแบบประกันประเภทที่สามารถลดหย่อนภาษีมี 3 ประเภท ได้แก่
     

    • ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ และแบบออมทรัพย์

    แบบประกันชีวิตที่เน้นคุ้มครองชีวิต และแบบที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผล โดยสามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ทุกปีที่จ่ายเบี้ย โดยเป็นรูปแบบประกันชีวิตคุ้มครองสุขภาพที่ให้ความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป

    • ประกันชีวิตแบบคุ้มครองสุขภาพ

    แบบประกันที่เน้นการคุ้มครองอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างใน 4 ประเภทดังนี้
     
    (1) ประกันสุขภาพ ที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ มีเงินชดเชยมอบให้กรณีสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพจากการเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ
    (2) ประกันภัยอุบัติเหตุ ที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดการสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเกิดการแตกหักของกระดูก
    (3) ประกันภัยโรคร้ายแรง เช่น ประกันมะเร็ง ให้ความคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาลเมื่อตรวจพบเจอมะเร็ง
    (4) ประกันภัยการดูแลระยะยาว เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองดูแลระยะยาว หากเกิดกรณีที่ ผู้ทำประกันภัยไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติได้ อย่างน้อย 3 ใน 6 อย่าง ได้แก่ การเปลี่ยนระหว่างนอนและนั่ง, การเดิน, การแต่งกาย, การอาบน้ำชำระล้างร่างกาย, การทานอาหาร โดยไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง ต่อเนื่องติดต่อกันไม่น้อยกว่า 180 วันหรือมีการรับรองจากแพทย์ชัดเจน โดยประกันภัยจะจ่ายเป็นค่าทดแทนเป็นรายเดือน หรือมอบเงินชดเชยให้ตามทุนประกันภัยที่ซื้อไว้ และจ่ายต่อเนื่องสูงสุดเช่น 24 หรือ 36 เดือน

    • ประกันชีวิตแบบบำนาญ

    แบบประกันที่จ่ายผลประโยชน์ให้เป็นรายงวดเท่าๆ กัน หรือเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา ตั้งแต่อายุ 55 – 85 ปีหรือมากกว่า โดยจะได้รับเงินผลประโยชน์หลังจ่ายเบี้ยประกันครบแล้วเท่านั้น
  2. ประกันแต่ละประเภทสามารถลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่

    • ประกันชีวิตแบบให้ความคุ้มครองตลอดชีวิต

    และประกันแบบออมทรัพย์คุ้มครองเงินต้น มีผลตอบแทนให้ระหว่างสัญญา สามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายในแต่ละปี มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท

    • ประกันชีวิตแบบคุ้มครองสุขภาพ

    สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ โดยนำเบี้ยประกันสุขภาพ [ที่จ่ายเบี้ยประกันตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป] นำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุด 15,000 บาท ได้แก่ แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป / เงินฝากแบบมีประกันชีวิต แล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

    • ประกันชีวิตแบบบำนาญ

    สามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายในแต่ละปี มาลดหย่อนภาษีได้ สูงสุด 200,000 บาท *สิทธิ์การลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ (จำนวนสูงสุด 200,000 บาท) ต้องเป็น จำนวนไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนอื่นๆ แล้ว สามารถลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินจำนวนเงิน 500,000 บาท*
  3. ควรซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีเท่าไหร่ดี

    การซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี ไม่ควรซื้อเพื่อผลประโยชน์ทางภาษีเพียงอย่างเดียว ควรมองจุดประสงค์ของการทำประกันเป็นหลัก เช่น ถ้าเป็นหัวหน้าครอบครัว ควรเลือกประกันแบบตลอดชีพ ให้มีความคุ้มครองเพียงพอและเหมาะสม เบี้ยที่เหมาะสม ประมาณ10-15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ หรือถ้าสนใจประกันแบบออมทรัพย์ไม่ควรซื้อเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ เพราะเป็นการออมระยะยาว ถ้าซื้อมากเกินไปจะทำให้สภาพคล่องมีปัญหาได้
    หรือต้องการเพิ่มเติมสิทธิ์รักษาพยาบาล เพิ่มความคุ้มครองค่ารักษาให้มากขึ้น ควรเลือกทำ ประกันสุขภาพ อุ่นใจกว่าเวลาเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ แต่การทำประกันสุขภาพ ไม่มุ่งเน้นการ ลดหย่อนภาษี เป็นแค่ผลประโยชน์ที่ได้รับเท่านั้น แต่วัตถุประสงค์หลักของการทำประกันประเภท นี้คือ ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายและเพิ่มความคล่องตัวในการรักษาพยาบาล
  4. ซื้อประกันแล้วเราประหยัดไปเท่าไร

    การซื้อประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี ก็เหมือนการออมที่ได้ความคุ้มครองชีวิต และได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามฐานภาษีที่คุณต้องชำระในแต่ละปี
     
     
    สมมุติว่า ฐานภาษีของคุณอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ เบี้ยประกันที่คุณจ่ายในแต่ละปี จะสร้างผลตอบแทนจากการลดหย่อนภาษี ให้คุณสูงสุดถึง 20 เปอร์เซ็นต์
     
    ตัวอย่าง ถ้าคุณซื้อประกันออมทรัพย์เพื่อลดหย่อนภาษี 100,000 บาท ฐานภาษีของคุณอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่ากับคุณ จะได้ผลตอบแทนจากการลดหย่อนภาษีสูงสุด 20,000 บาท เป็นต้น
     
     
     
     
ประกันชีวิตแต่ละแบบมีข้อดีแตกต่างกันไป ซึ่งเหมาะกับการเป็นเครื่องมือที่ช่วยวางแผนชีวิตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของผู้ซื้อเป็นหลัก โดยมีสิทธิ์ลดหย่อนภาษี เป็นผลกำไรที่ได้รับตามมา แต่ควรมีการวางแผนลดหย่อนภาษีร่วมด้วย เพื่อช่วยประหยัดภาษีได้เต็มสิทธิ์ที่มี
 
หัวข้อใดที่ท่านให้ความสำคัญมากที่สุดในการวางแผนภาษี
เลือกประกันชีวิตเข้าเกณฑ์ลดหย่อน
ตรวจสอบฐานภาษีในแต่ละปีก่อนซื้อประกันชิวิต
แบ่งชำระเบี้ยประกันเป็นรายเดือนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
มองหาแบบประกันที่ให้ตอบแทนสูงและสามารถลดหย่อนภาษีได้
วางแผนซื้อประกันออมทรัพย์และประกันบำนาญเพื่อสิทธิ์ทางภาษีสูงสุด
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ