12 เช็กลิสต์ คุณมีหนี้เยอะไปไหม

พร้อมเทคนิคปลดหนี้

article_money_default

บทความการเงิน

แชร์

ปัจจุบันพบว่าครัวเรือนไทย มีหนี้สินเฉลี่ยครัวเรือนละ 299,266 บาท มีประชาชนจำนวนสูงถึง 79.3% ที่เคยมีปัญหาการเงินและขาดการผ่อนชำระหนี้ และส่วนที่คนไทยเป็นหนี้เกินตัว  

การเป็นหนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิด หากหนี้นั้นเป็นหนี้ดีก่อให้เกิดรายได้ในอนาคต แต่หากหนี้นั้นเปิดจากการใช้เงินเพลิน ผ่อนซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย รวมไปถึงขาดการวางแผนการเงินในอนาคตที่ดีและขาดเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว หนี้สินที่มีอาจจะกระทบกับการใช้ชีวิตของคุณเพราะต้องนำเงินเดือนที่ได้ไปจ่ายหนี้!

ตามหลักการแล้วเราไม่ควรมีหนี้มากกว่า 20% ของรายได้ต่อเดือน และไม่ควรเกิน 40% สำหรับคนที่มีหนี้ก้อนโต เช่นการผ่อนชำระค่าสินเชื่อบ้าน หรือหากไม่แน่ใจว่าหนี้ที่มีเยอะเกินพอดีหรือเปล่า ลองทำเช็กลิสต์ของเราดู

12 เช็กลิสต์ คุณมีหนี้เยอะไปไหม

  1. จ่ายบิลแต่ละทีช่างลำบากยากเย็น
  2. จ่ายบิลล่าช้าจนมีโทรมาทวงถาม หรือส่ง SMS มาเตือน
  3. หมุนเงินไม่ทัน จนต้องเบิกเงินเกินบัญชี หรือเบิกเงินโอดี (Overdraft Account)
  4. หลับไม่สนิทเพราะฝันร้ายถึงหนี้ที่มี
  5. รายจ่ายมากกว่ารายได้
  6. แบ่งจ่ายบัตรเครดิตแบบรายเดือนไม่สามารถจ่ายเต็มจำนวนได้
  7. เกิดอาการมือลั่น ช้อปแบบขาดสติบ่อยๆ
  8. ไม่กล้าบอกคนในครอบครัวถึงหนี้ที่มี
  9. ปล่อยใบแจ้งหนี้กองเป็นตั้งเพราะจ่ายไม่ไหว
  10. สมัครบัตรแครดิตหรือกู้ไม่ผ่านเพราะมีหนี้เยอะเกินไป
  11. ขาดเงินก้อน เงินเก็บและเงินฉุกเฉิน
  12. หมดหวังกับหนี้กองโตที่มีเพราะคงจ่ายไม่จบไม่สิ้น 

หากคุณลองทำเช็กลิสต์นี้แล้วพบว่า นี่มันใช่เลย คุณเองก็มีอาการแบบนี้ถึงแม้จะไม่ได้ครบทั้ง 12 ข้อ แต่นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณต้องเริ่มทำอะไรบางอย่างเพื่อยุติวงจรหนี้ไม่รู้จบแล้วแหละ

3 วิธีปลดหนี้ไวในช่วงดอกเบี้ยขาลง

เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจาก 1.75% ลงมาอยู่ที่ 1.50% ส่งผลให้หลายธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามๆ กัน เพื่อตอบรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยแบ่งเบาภาระการผ่อนชำระหนี้ให้ลูกหนี้อย่างเราๆ ด้วย ดังนั้นเวลานี้เป็นโอกาสดีที่เราจะปลดหนี้ด้วย 3 ข้อต่อไปนี้

  1. วางแผนปลดหนี้ก้อนใหญ่ช่วงดอกเบี้ยขาลง
    ข่าวดีของลูกหนี้สินเชื่อบ้านหรือมีแผนที่จะกู้เงิน หากทำสัญญาดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate) จะทำให้ภาระหนี้สินที่ต้องจ่ายลดลงตามดอกเบี้ย หรือใครที่กำลังจะรีไฟแนนซ์บ้านในช่วงนี้ก็เป็นโอกาสดี เพราะทำให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ลดน้อยลง จากนั้นวางแผนการปลดหนี้ให้ดีๆ ช่วงนี้เป็นนาทีทองเพราะดอกเบี้ยต่ำนี้เป็นโอกาสที่ดีในการปลดหนี้ก้อนโต

  2. ปลดหนี้เก่าแล้ว หยุดสร้างหนี้ใหม่
    ใครๆ ก็มีบัตรเครดิต ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ซื้อวันนี้กว่าบัตรเครดิตจะมาเก็บเงินเราก็อีก 30 วัน แถมโปรโมชันผ่อน 0% ยังเย้ายวนใจให้ช้อปอีกต่างหาก แต่การจะอยู่แบบไร้หนี้ได้นั้นคุณต้อง “หยุดใช้บัตรเครดิต” และ “จ่ายบิล” ที่ค้างๆ อยู่ให้หมด
    เมื่อกำจัดหนี้เก่าได้แล้วคุณต้องหยุดสร้างหนี้ใหม่เพิ่มด้วย ลองท้าทายตัวเองให้มากขึ้นด้วยการใช้เงินสดแทนบัตรเครดิตดูสัก 1 เดือน ถึงแม้มันจะยากสักหน่อยแต่เชื่อเถอะว่าพอครบ 1 เดือนคุณจะประหลาดใจว่าเคลียหนี้ไปได้เยอะมาก

  3. วางแผนการใช้เงิน
    ในช่วงที่เป็นหนี้หลายๆ คนอาจจะต้องนำรายได้มากกว่า 80% ไปใช้หนี้ อยากให้ลองโฟกัสที่เป้าหมายในอนาคต ในวันที่หนี้หมด ปลดหนี้ได้ เราจะสบายตัวสบายใจมากขึ้น จากนั้นมาวางแผนการเงินให้สอดคล้องกับรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน โดยกันเงิน 20-30% ของรายได้ในแต่ละเดือนเพื่อมาออม ก่อนนำไปใช้จ่ายในแต่ละเดือน โดยกันเงิน 20-30% ของรายได้ในแต่ละเดือนเพื่อมาออม หรือการออมก่อนนำไปใช้จ่ายนั่นเอง

    รายได้ – เงินออม = รายจ่าย

สุดท้ายหากคุณปลดหนี้ได้แล้วอย่าลืมให้รางวัลกับตัวเองเป็นระยะๆ ด้วยจะได้มีกำลังใจ เช่นหากชำระหนี้ได้ 30% ของหนี้ทั้งหมดที่มี เราจะไปกินบุฟเฟต์กับเพื่อนๆ หากหากชำระหนี้ได้ 80% ของหนี้ทั้งหมดที่มี เราจะไปนอนกลิ้ง เล่นน้ำทะเลที่ต่างจังหวัดให้สบายใจไปเลย และหากปลดหนี้ได้หมดแล้วอย่ากับดักหนี้อีกนะ อย่าใช้เงินเพลินจนเกินเยียวยา และวางแผนการเงินเพื่ออนาคตที่สดใส เป็นกำลังใจให้ทุกคน “ปลดหนี้” ให้ได้ในเร็ววันนะ 

ขอบคุณข้อมูล: ธนาคารแห่งประเทศไทย
บุคคลใดเสี่ยงหนี้ท่วมหัวมากที่สุด?
ปลายเดือนกินหรู กลางเดือนบะหมี่สำเร็จรูป
ใช้เงินจนเต็มวงเงินบัตรเครดิต
กู้เงินจากสถาบันการเงินมาซื้อบ้าน
กู้เงินมาเรียนหนังสือ
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ