โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ เกิดจากอะไร

ทำไมคนเป็นกันเยอะ

article_health_default

บทความสุขภาพ

แชร์

คัดจมูก ไอ จาม น้ำตาไหล อาการคล้ายจะเป็นหวัด แต่เท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่อาจเกิดจาก "ภูมิแพ้" ก็เป็นได้

"ภูมิแพ้" อาการแรกๆ อาจจะแค่รู้สึกรำคาญ บางคนแพ้แต่ไม่รู้ตัว ปล่อยไว้นานๆ อาจลุกลามไปจนถึงขั้นทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงตามมาได้เลย ทีนี้แหละเรื่องใหญ่แน่นอน

รู้จักกับโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้มีหลายชนิดได้แก่ ภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจประกอบด้วย โรคภูมิแพ้ทางจมูก และโรคหืด ภูมิแพ้ทางผิวหนัง ภูมิแพ้ทางตา ภูมิแพ้แบบรุนแรงอาจถึงช็อคได้ (เรียกว่าภาวะช็อคจากภูมิแพ้) โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ทางจมูก หรือโรคหวัดเรื้อรังจากภูมิแพ้พบในเด็กไทยประมาณ 40% (4 ในเด็ก 10 คน) ส่วนในผู้ใหญ่พบประมาณ 20% (2 ในผู้ใหญ่ 10 คน) ดังนั้นหากประมาณจากคนไทยทั้งประเทศ เชื่อว่ามี 10 ล้านคนที่เป็นโรคหวัดเรื้อรังจากภูมิแพ้

สาเหตุของโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

  1. เกิดจากกรรมพันธุ์
    เด็กที่ครอบครัวที่ไม่มีประวัติโรคภูมิแพ้เลย มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้เพียง 10% เท่านั้นในขณะที่โอกาสของการเกิดโรคจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 30-70% หากพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งมีอาการแพ้ และเพิ่มเป็น 50-70% ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ และปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด
  1. เกิดจากสิ่งแวดล้อม
    สิ่งแวดล้อมเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนส่วนใหญ่ ซึ่งสิ่งแวดล้อมนี้หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ร่างกายสามารถสัมผัสได้ ทั้งจากการหายใจ การรับประทานอาหาร ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยที่สุดก็มีทั้งอาหาร เช่น อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์นม ถั่วชนิดต่างๆ หรือโปรตีนบางชนิด นอกจากนี้สสารที่อยู่ในอากาศซึ่งเรามองไม่เห็นก็สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้ เช่น ฝุ่น ฝุ่นบ้าน ไรฝุ่น เกสรดอกหญ้า ซากแมลงสาบ ขนแมว และขนสุนัข เป็นต้น 

อาการของโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

มีอาการจามน้ำมูกไหล มักจะมีอาการคันจมูก คันหัวตา จามเป็นชุดๆ และน้ำมูกใสๆ หรือมีอาการคัดแน่นจมูก ทั้งนี้อาการอื่นๆ ที่อาจจะนึกไม่ถึงว่าจะเกี่ยวข้องกับจมูก ร่วมด้วยเช่น ปวดศีรษะเรื้อรัง หายใจไม่อิ่ม เวียนศีรษะ ไอเรื้อรังหลังมีไข้หวัด นอนกรน ปวดหู หูอื้อ ฉะนั้นหากเริ่มมีอาการเหล่านี้อย่าลืมลองสำรวจตัวเองว่า มีจมูกข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้างมีการบวมหรือคัดตันโดยการปิดปาก (เม้มปาก) และปิดจมูกทีละข้างแล้วลองหายใจเข้าออกอย่างปกติ เพื่อดูว่ามีการคัดแน่นจมูกหรือไม่ 

การป้องกันโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

3 อันดับแรกที่พบว่าคนไทยแพ้มากที่สุด คือ ไรฝุ่น ฝุ่นบ้าน รองลงมาได้แก่แมลงสาบ ละอองเกสรพืช และขนสัตว์ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง สารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อยดังนี้คือ

  • ไม่นำตุ๊กตา ดอกไม้แห้ง หรือดอกไม้อบมาไว้ในห้องนอน
  • เปลี่ยนผ้าปูที่นอนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที
  • ทำความสะอาดบ้านด้วยเครื่องดูดฝุ่นและเปิดเครื่องกรองอากาศ
  • อาบน้ำสัตว์เลี้ยงทุกสัปดาห์
  • ขจัดแหล่งอาหารของแมลงสาบ โดยใส่ขยะและเศษอาหารในถุงหรือถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด
  • ทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเช้า เพราะละอองเกสรจะปลิวมากช่วงตอนเย็น
  • ตัดหญ้าและวัชพืชบริเวณบ้านบ่อยๆ เพื่อลดจำนวนเกสร

หลายคนพอเห็นว่าอาการที่เป็นมันไม่ได้หนักหนาอะไรก็มักจะปล่อย แต่ถ้าคุณเป็นภูมิแพ้ แล้วระบบทางเดินหายใจถูกกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ต่อเนื่อง นานวันเข้าเยื่อบุจมูกที่อักเสบจะบวมขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้หายใจไม่ออก ต้องหายใจทางปาก หรือบางท่านจะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่คุณหมอเรียกว่า "ริดสีดวงจมูก" ไปปิดกั้นทางเดินหายใจเพิ่มเข้าไปอีก หรือร้ายกว่านั้นก้อนที่ว่านี้อาจจะไปปิดรูเปิดไซนัสซึ่งอยู่บริเวณใบหน้า ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณใบหน้า ปวดศีรษะหรืออาจเกิดไซนัสอักเสบเพิ่มเติมขึ้นมา อีกโรคหนึ่งก็เป็นได้ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ไม่ควรปล่อยไว้

ขอบคุณข้อมูลจาก สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย

ข้อใดมีความเสี่ยงต่อการเป็น ภูมิแพ้อากาศ?
เก็บช่อดอกไม้แห้งไว้ในห้องนอน
เปิดเครื่องฟอกอากาศเป็นประจำ
เดินเล่นที่สวนในช่วงเช้า
เลี้ยงสุนัขไว้นอกตัวบ้าน
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ