“แยกยื่นภาษี” หรือ “รวมยื่นภาษี” แบบไหนดีกว่ากัน

คู่มือวางแผนภาษีของคนมีคู่

article_money_default

บทความการเงิน

แชร์

ใครที่ปีนี้สละโสด ก็ได้เวลามาวางแผนภาษีให้เรียบร้อย เพราะการมีคนข้างกายช่วยประหยัดภาษีได้มาก หากวางแผนมาดี

การยื่นแบบเสียภาษี

กฎหมายกำหนดว่า บุคคลธรรมดา (คนโสดหรือสมรสแต่แยกยื่นภาษี) ต้องมีรายได้เงินเดือน (อย่างเดียว) ปีละ 120,000 บาทขึ้นไป หรือรายได้อื่นๆ ปีละ 60,000 บาทขึ้นไป มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีแม้ว่าจะไม่เสียภาษี และบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนสมรสระหว่างปีภาษี ที่มีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียว ปีละ 220,000 บาทขึ้นไป หรือรายได้อื่นๆ ปีละ 120,000 บาทขึ้นไป ก็ต้องมีหน้าที่ยื่นภาษีเช่นเดียวกัน

สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการของคู่สมรสนั้นไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว สามารถเลือกให้เหมาะสมกับแต่ละครอบครัวจะ “รวมยื่น” หรือ “แยกยื่น” ก็ได้ ขอเพียงภาพรวมจะอยู่บนหลักการได้ประโยชน์จากการประหยัดภาษีสูงสุด และถูกต้องตามกฎหมายเป็นสำคัญ

รวมยื่น VS แยกยื่น แบบไหนดีที่สุด?

หากเช็กแล้วว่าคุณ “เข้าเงื่อนไขลดหย่อนภาษีสำหรับคนมีคู่” สามารถเลือกได้ว่า จะยื่นภาษีรวมกันหรือแยกกัน โดยควรตรวจสอบตนเองและคู่สมรสก่อนยื่น ดังนี้

  • คู่สมรสไม่ทำงาน ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้แบบ Final Tax (มีการเสียภาษีแบบหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้ว)
    ให้รวมยื่นรายการเพราะคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ คุณสามารถนำสิทธิ์มาลดหย่อนเพิ่มเติมได้อีก 60,000 บาท รวมกับค่าลดหย่อนส่วนตัว = สูงสุด 120,000 บาท

  • คู่สมรสมีเงินเดือนสูง และมีรายได้อื่นๆ นอกจากงานประจำด้วย
    ให้ต่างฝ่ายต่างแยกยื่นในส่วนของเงินเดือนของตัวเอง และนำรายได้อื่นๆ ที่นอกเหนือจากงานประจำมายื่นรวมกับคู่สมรสฝ่ายคนที่มีรายได้น้อยกว่า ตัวอย่าง ฝ่ายชายมีเงินเดือน 200,000 บาท ฝ่ายหญิงมีเงินเดือน 50,000 บาท ให้พิจารณาการยื่นแบบเสียภาษี โดยฝ่ายชายยื่นรายได้เพียงเงินเดือนเท่านั้น (เฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40(1)) ส่วนรายได้อื่นๆ เช่น ค่าเช่าบ้าน ปันผลจากหุ้น ดอกเบี้ยเงินฝาก ให้ฝ่ายหญิงที่มีรายได้น้อยกว่า เป็นผู้ยื่นภาษี + รายได้อื่นๆ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระภาษีที่ต้องจ่าย ตรงนี้จะช่วยประหยัดภาษีได้มากทีเดียว ข้อควรระวังในกรณีนี้คู่สมรสก็ต้องมีรายได้สุทธิไม่มากนักด้วย ไม่งั้นภาพรวมก็จะไม่แตกต่าง

  • รายได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) ต่อคนไม่เกิน 150,000 บาท
    ให้ต่างฝ่ายต่างแยกยื่นภาษี เพราะแต่ละฝ่ายจะได้สิทธิ์ยกเว้นภาษีในรายได้ของตนเอง 150,000 บาท

  • คู่สมรสทำธุรกิจด้วยกัน
    ในกรณีที่เงินได้ของคู่สมรส ทำธุรกิจร่วมกันและไม่สามารถแยกได้ว่าเงินได้เป็นของใครคนละเท่าไร กฎหมายกำหนดให้แบ่งกันฝ่ายละครึ่งหนึ่ง (50%) เว้นแต่เงินได้ประเภทที่ 8 ที่สามารถแบ่งได้ตามสัดส่วนตามที่ตกลงกัน แต่ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ก็ให้แบ่งกันคนละครึ่งหนึ่ง (50%)

วางแผนการเงินและลดหย่อนภาษีสำหรับคนมีคู่

  1. สำรวจรายได้และภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละปี เพื่อกำหนดแบบในการยื่นภาษีว่าจะยื่นคู่หรือยื่นเดี่ยว
  2. พยายามกระจายรายได้ทั้งสามีและภรรยา เพื่อให้เข้าเกณฑ์การยื่นเดี่ยว เนี่องจากฐานภาษีประเทศไทยเป็นแบบอัตราก้าวหน้า วิธีนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระภาษีที่ต้องจ่ายได้ แต่หากมีการยื่นภาษีร่วมกัน อาจส่งผลให้รายได้เพิ่มมากขึ้นและตกอยู่ในฐานภาษีสูง นอกจากนี้ ควรวางแผนเพิ่มสิทธิ์ลดหย่อนตามเป้าหมายชีวิต เช่น ประกันชีวิต ประกันบำนาญ และกองทุนร่วมกับการวางแผนภาษีด้วย
  3. หากมีแพลนต้องกู้ยืมเงิน หรือมีเกณฑ์ต้องเสียดอกเบี้ยเพื่อที่อยู่อาศัยมากกว่า 100,000 บาทต่อปี ควรแยกกันกู้เพื่อจะได้ประโยขน์ทางภาษีมากกว่า แต่ถ้าดอกเบี้ยที่เสียไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ควรให้ฝ่ายที่มีรายได้สูงกว่าเป็นผู้ยื่นกู้ และนำสิทธิ์มาลดหย่อนภาษี

การศึกษาเงื่อนไขทางภาษีมีประโยชน์ในหลายแง่มุม สามารถวางแผนการเงินและหาตัวช่วยลดหย่อนที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นมาสำรวจตัวเองกันเถอะ

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมสรรพากร

คุณและคู่สมรส เลือกวางแผนภาษีด้วยวิธีใด?
จดบันทึกรายรับ - รายจ่าย เพื่อประเมินรายได้รวมก่อนยื่นภาษี
ซื้อประกันชีวิต รับความคุ้มครองและรับสิทธิลดหย่อนภาษี
แบ่งรายได้ไว้สำหรับจ่ายภาษีโดยเฉพาะ
ซื้อกองทุนทุกปี
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ