เหตุผลที่ทำไม “กินดึก” จึงส่งผลเสียต่อสุขภาพ?

    เหตุผลที่ทำไม กินดึกจึงส่งผลเสียต่อสุขภาพ?   

    “พฤติกรรมการกินดึก” หรือการกินอาหารตั้งแต่ช่วง 22.00 น. เป็นต้นไป มักเกิดจากการบริหารกิจวัตรประจำวันที่ไม่สมดุล ชอบกินจุกจิก ชอบของหวาน มีความเครียด จึงทำให้อยากอาหารมากกว่าปกติ ซึ่งพฤติกรรมการกินช่วงตอนดึก กินตอนกลางคืน นอกจากจะส่งผลโดยตรงต่อร่างกาย เช่น เกิดโรคอ้วน โรคกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหาร ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพด้านอื่นๆ ได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว

    การ กินช่วงดึกส่งผลต่อสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้

    1. กินดึก ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวน

    เมื่อกินดึกก็ย่อมตามมาด้วยการนอนดึกมากขึ้น เพราะคุณจะรู้สึกอิ่มท้อง ท้องอืด ต้องรอให้อาหารย่อย ซึ่งต้องใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงกว่าจะนอนหลับสนิท พฤติกรรมนี้ส่งผลให้ “โกร์ทฮอร์โมน” (Growth Hormone) ฮอร์โมนที่มีส่วนสำคัญมากในการเจริญเติบโตของร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เมื่อโกร์ทฮอร์โมนหลั่งออกมาผิดปกติหรือลดน้อยลง ร่างกายจึงอ่อนแอ เนื้อเยื่อ กระดูก ผิวหนัง และโครงสร้างต่างๆ ของร่างกายบอบบาง ภูมิคุ้มกันต่ำลง

    2. กินดึก ตัวการทำให้เกิดโรคเรื้อรัง

    ยิ่งกินอาหารตอนดึกติดต่อกันบ่อยเท่าไร ยิ่งทำให้ร่างกายผลิต “อินซูลิน” ในปริมาณมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมันจากอาหารที่เรากินเข้าไป  ซึ่งเป็นขณะเดียวกันกับที่ร่างกายไม่สามารถผลิตโกร์ทฮอร์โมนได้เพียงพอ อินซูลินจึงเปลี่ยนอาหารทั้งหมดที่คุณกิน กลายเป็นพลังงานและไขมันสะสมในร่างกาย สาเหตุของโรคเรื้อรังนานาชนิด เช่น โรคอ้วน โรคไขมันในเส้นเลือด โรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตัน คอเลสเตอรอลสูง ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

    3. กินดึก ผิวจะเหี่ยวย่นดูแก่กว่าวัย

    การกินดึกคือการทำร้ายผิวโดยไม่ตั้งใจ นั่นเพราะ “ฮอร์โมนเมลาโทนิน” ฮอร์โมนสำคัญที่ทำให้รู้สึกง่วงนอนที่ร่างกายสร้างได้เองและสร้างได้ดีในขณะเรานอนหลับ “ลดน้อยลง” นอกจากนั้น ฮอร์โมนเมลาโทนินยังมีส่วนสำคัญในการต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ ช่วยชะลอวัย เมื่อร่างกายผลิตเมลาโทนินน้อยลง ความเสื่อมของผิวเกิดเร็วขึ้นกว่าปกติ เห็นชัดได้จากผิวพรรณที่ดูคล้ำ ไม่สดใส มีริ้วรอยเหี่ยวย่น ดูแก่กว่าอายุจริง

    ไม่เพียงเท่านั้น หากยังมีพฤติกรรมกินดึกและนอนดึก โหมงานหนักนอนน้อยเป็นระยะเวลานานๆ จะมีฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “เกรลิน”  (Ghrelin) หลั่งออกมามากขึ้น ร่างกายจะรู้สึกอยากอาหารตลอดเวลาในช่วงกลางคืน ระบบภายในร่างกายไม่เผาผลาญไขมันเก่า ทั้งยังสะสมไขมันใหม่เพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็อาจสายเกินไป

    ทั้งหมดคือเหตุผลที่คุณควรละเลิกปรับพฤติกรรม ปรับเวลาการกินตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้ร่างกายกลับมาทำงานได้เต็มที่เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หมดห่วงเรื่องโรคเรื้อรังที่จะตามมาในอนาคตด้วย

    สมัครรับบทความดีๆ
    ทุกสัปดาห์

    ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE