เที่ยวสงกรานต์อย่างไรเงินในกระเป๋าไม่ปลิว

article_money_default

บทความการเงิน

แชร์

เทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงเวลาสำคัญของครอบครัว การท่องเที่ยว หรือซื้อของฝากให้กันเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความเอื้ออาทรในรูปแบบสังคมไทย แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ จะบริหารเงินอย่างไรไม่ให้ต้องลำบากกาย ลำบากใจหลังเทศกาล

กิจกรรมที่คนไทยนิยมเทศกาลวันหยุดยาวในเดือนเมษายน คือ ทำบุญ เยี่ยมญาติผู้ใหญ่ และท่องเที่ยว โดยในปีที่ 2561 ที่ผ่านมา มีเงินสะพัดสูงถึง 132,000 ล้านบาท ประกอบกับเป็นช่วงปิดภาคเรียนของเด็กๆ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “การวางแผนค่าใช้จ่าย” ให้ดีเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย

เทคนิควางแผนใช้เงินช่วงสงกรานต์

  1. วางแผนการท่องเที่ยว หรือกลับภูมิลำเนา
    เดือนเมษายน – พฤษภาคม ถือเป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยว เพราะมีวันหยุดยาวติดกันหลายวัน หรือแปลว่าช่วงนั้นค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าช่วงปกตินั่นเอง หากคุณวางแผนไปเที่ยว หรือกลับภูมิลำเนา ค่าเดินทาง ค่าของขวัญ ของฝาก และค่าอาหาร สิ่งเหล่านี้บางอย่างอาจจะดูเป็นค่าใช้จ่ายเล็กน้อย แต่หากไม่วางแผนให้ดีอาจจะบานปลายได้

    คุณควรกันเงินส่วนนี้ออกมาจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและหนี้สินที่มี เพื่อป้องกันสภาวะเงินหมดหลังหยุดยาว ลองตรวจสอบโปรโมชั่นที่พักและสายการบิน การจองล่วงหน้า หรือเลือกแบบแพ็กเกจบางครั้งราคาดีกว่า ศึกษาเส้นทาง และความหนาแน่นของจราจร เพื่อช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างลงตัวมากขึ้น

  2. วางแผนงบจัดเลี้ยง และทำบุญ
    เตรียมงบประมาณสำหรับจัดเลี้ยง และทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน โดยไม่ต้องออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน อาจจะรวมเงินกันซื้อของสดมาทำอาหารกินเอง หรือเตรียมอาหารและของต่างๆ สำหรับทำบุญโดยไม่จำเป็นต้องซื้อถังสังฆทาน หรือชุดทำบุญสำเร็จรูปที่มีราคาค่อนข้างแพง

  3. ไม่จำเป็น ไม่ต้องซื้อ
    เมื่อวางแผนค่าใช้จ่ายแล้ว ตรวจสอบของในบ้าน อุปกรณ์ในการเล่นสงกรานต์บางอย่างไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ทุกปี เช่น เสื้อสงกรานต์ลายดอก ปืนฉีดน้ำ ถังน้ำพลาสติกสำหรับเล่นสาดน้ำ หรือ ซองพลาสติกกันเปียกลงทุนซื้อแบบดีๆ สักครั้ง ก็สามารถเก็บเอาไว้เล่นสงกรานต์ปีต่อๆ ไปได้ โดยไม่ต้องซื้อใหม่ทุกปี ช่วยประหยัดไปได้เยอะเลยทีเดียว

  4. พักผ่อนให้พอ ดื่มไม่ขับ
    การที่ไม่ได้นอนพักเป็นเวลา 17 ชั่วโมงเต็ม จะทำให้ประสิทธิภาพการขับขี่ลดลงเท่ากับการมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 0.05  มิลลิกรัม ดังนั้นควรจอดพักอย่างน้อย 15 นาทีในทุก 3 ชั่วโมงของการขับขี่

    หากง่วงหรือเมาสุราไม่ควรขับรถ เพราะทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต และสิ่งที่ตามมา คือ ค่าใช้จ่ายมากมายที่เกิดจากการซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล และรวมถึงหากเกิดอันตรายต่อชีวิต อาจจะส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของครอบครัวได้

  5. เตรียมความคุ้มครองเพื่อความมั่นใจ
    7 วันอันตรายช่วงวันสงกรานต์ของทุกปีเป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุ และการสูญเสียมากที่สุดโดยในปีที่ 2561 เกิดอุบัติเหตุ 307 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 26 ราย ผู้บาดเจ็บ 336 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด รองลงมาคือ ดื่มแล้วขับ

    “ประกันชีวิต และประกันอุบัติเหตุ” สามารถช่วยมาแบ่งเบาภาระในส่วนนี้ได้ คือ ดังนั้นใครยังไม่มีประกัน ขอแนะนำว่าให้ลองหาข้อมูล แล้วซื้อไว้เพื่อความมั่นใจแก่ตนเอง และครอบครัว

  6. แบ่งเงินไว้ออม และชำระหนี้สินด้วย
    ภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนรายเดือน ยังคงมีอยู่ไม่ได้หายไปไหน อย่าเพลิดเพลินกับการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลจนลืมไปว่า ยังมีค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ค่าเดินทาง และค่าเทอมของเด็กๆ ที่ต้องใช้ในภาคการศึกษาถัดไปด้วย

การวางแผนการเงินให้ดีตั้งแต่ก่อนช่วงเทศกาล จะช่วงให้คุณไม่ต้องรัดเข็มขัดจนแน่นเมื่อผ่านพ้นเทศกาลนี้ไป หากปีนี้ มีการใช้เงินเกินงบ เราก็ลองมาพิจารณากันดูว่า มาจากสาเหตุอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้ปรับปรุงการใช้เงินของเราในครั้งต่อไปได้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลอ้างอิงจาก: ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561
คุณจะวางแผนการเงินอย่างไร ให้สงกรานต์นี้ไม่มีสะดุด?
ตั้งงบประมาณ วางแผนรายรับ และรายจ่าย
วางแผนป้องกันความเสี่ยงในกรณีฉุกเฉิน
วางแผนจองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้า 1 ปี
อยู่บ้านดูทีวี ประหยัดได้มากที่สุด
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ