เช็คด่วน! คุณเสี่ยงภาวะโรคติดมือถือหรือไม่?

บทความสุขภาพ

แชร์
ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตเรา ด้วยความสะดวกในการใช้ติดต่อสื่อสาร การทำงาน การเช็คอีเมล การทำธุรกรรม การช้อปปิ้งออนไลน์ รวมไปถึงใช้ในเรื่องของความบันเทิงต่างๆมองไปทางไหนก็จะเห็นแต่ผู้คนก้มหน้ามองที่โทรศัพท์มือถือของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคนที่ยืนรอรถประจำทาง คนที่ต่อแถวซื้อของในร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่คนที่กำลังออกกำลังกายในยิม จากผลสำรวจล่าสุด (ในปี 2558) ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เผยสถิติเวลาการใช้งานโทรศัพท์มือถือของคนไทยสูงถึง 6.6 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอัตราการใช้งานที่เยอะมากขึ้น มีผลทำให้เราอาจจะเป็น “ภาวะติดโทรศัพท์มือถือ” ภาวะนี้ทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่สามารถที่จะขาดโทรศัพท์มือถือได้ โดยเราจะสามารถมีวิธีสังเกตตัวเราได้ง่ายๆ จากแบบทดสอบนี้
  • รู้สึกไปเองว่าได้ยินสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์ ทั้งๆที่ไม่ได้มีใครติดต่อมา
  • พกโทรศัพท์มือถือติดตัวตลอดเวลา แม้แต่เวลาเดินอยู่ในบ้าน
  • เวลาเข้านอนจะวางโทรศัพท์ ในระยะที่แขนเอื้อมหยิบได้
  • สิ่งแรกที่ทำเวลาตื่นนอนตอนเช้า คือเช็คโทรศัพท์มือถือ
  • คอยเช็คสถานะของโซเชียลมีเดียตลอดเวลา
  • อัพเดทสถานะในโซเชียลมีเดียตลอดเวลา
  • คุณใช้โทรศัพท์มือถือ แม้ในช่วงที่กำลังขับรถอยู่
  • คุณใช้โทรศัพท์ขณะดูโทรทัศน์ หรือรับประทานอาหาร
  • ทิ้งกิจกรรมอย่างอื่นที่ทำอยู่ เวลาที่ได้ยินสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์มือถือ
  • มีการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน คนรอบข้าง และคนในครอบครัวลดลง
  • รู้สึกกระวนกระวายใจมาก หากหาโทรศัพท์ไม่เจอ หรือลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน
เมื่อได้ลองทำแบบทดสอบแล้ว หากคุณมีพฤติกรรม 3-4 ข้อจากที่กล่าวมา ก็อาจจะกล่าวได้ว่าคุณเริ่มที่จะเสี่ยงต่อภาวะติดมือถือแล้ว นอกจากนั้น ภาวะติดโทรศัพท์มือถือยังส่งผลเสียกับเราทั้งในด้านสุขภาพกาย และด้านสุขภาพจิตเช่น
  1. ทำให้เสียสายตา การจ้องที่หน้าจอเวลานาน ส่งผลต่อสายตาทำให้กล้ามเนื้อของลูกตาเกิดความเมื่อยล้า และในระยะยาวอาจทำให้จอประสาทตาเสื่อมได้วิธีการแก้ไขคือ ลดการมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือต่อเนื่องเป็นเวลานานพักสายตา 20 นาทีทุก 1 ชั่วโมง และใช้งานในจุดที่มีแสงเพียงพอเท่านั้น
  2. ทำให้มีอาการปวดคอ เพราะท่าทางในการใช้โทรศัพท์ จะทำให้เราต้องก้มหน้ามองโทรศัพท์ติดต่อกันเป็นเวลานานวิธีการแก้ไขคือ ลดเวลาการใช้งานลง หรือยกโทรศัพท์ให้ขึ้นมาอยู่ในระดับสายตา
  3. ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น การนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ในท่าเดียวเป็นเวลานาน ทำให้เราไม่ค่อยได้ขยับร่างกาย เป็นผลทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลงวิธีการแก้ไขคือ จำกัดเวลาการใช้ เช่นตั้งเวลาเพื่อไม่ให้ใช้งานติดต่อกันนานเกิน 1 ชั่วโมง
  4. ส่งผลต่อการนอน จากงานวิจัยในต่างประเทศ แสงที่ส่งผ่านจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือมีผลคล้ายกับแสงในเวลากลางวัน ส่งผลให้เรานอนไม่ค่อยหลับ หลับไม่สนิท และทำให้ร่างกายนอนหลับพักผ่อนได้ไม่เต็มที่วิธีการแก้ไขคือ หยุดการใช้โทรศัพท์มือถือ อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
  5. ทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลง เพราะสมาธิที่ต้องใช้ในการขับรถ เอาไปจดจ่ออยู่กับการอ่านข้อมูลข่าวสารต่างๆ และการใช้มือพิมพ์บนโทรศัพท์มือถืออาจจะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้วิธีการแก้ไขก็คือ ในช่วงเวลาที่ต้องขับรถควรจะปิดโทรศัพท์ไว้ก่อน
  6. มีความเครียดโดยที่ไม่รู้ตัว ภาวะติดโทรศัพท์มือถือ มีผลทำให้เราติดตามข่าวสารหรือโซเชียลมีเดียมากเกินไป อาจทำให้เราเครียดโดยไม่รู้ตัว รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างน้อยลง จนอาจเกิดภาวะซึมเศร้าได้วิธีการแก้ไขคือ ลบแอพพลิเคชั่น ที่ไม่จำเป็นออกจากโทรศัพท์มือถือ ยกเลิกการติดตามแหล่งข่าวที่ไม่มีประโยชน์ หากิจกรรมอย่างอื่นทำ เช่น ออกกำลังกาย และใช้เวลาอยู่กับคนในครอบครัว
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก หากพ่อและแม่มี “ภาวะติดโทรศัพท์มือถือ” จะส่งผลต่อจิตใจและพฤติกรรมของลูก ทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสำคัญ และมีโอกาสสูง ที่ลูกจะกลายเป็นคนที่สมาธิสั้น และติดโทรศัพท์มือถือเช่นเดียวกัน
หน้าที่หลักของโทรศัพท์มือถือ คือมีไว้สื่อสารระหว่างมนุษย์ด้วยกัน การที่เราใช้โทรศัพท์มือถืออย่างมีสติ และอยู่ในความไม่ประมาท เราก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากโทรศัพท์มือถือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ อันตรายก็จะไม่เกิดขึ้นกับตัวเราและคนรอบข้าง
คุณใช้เวลาเฉลี่ยอยู่กับโทรศัพท์มือถือต่อวัน วันละกี่ชั่วโมง
น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
1-3 ชั่วโมง
3-7 ชั่วโมง
7-9 ชั่วโมง
ตลอดทั้งวัน
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ