เช็กลิสต์! เงินฉุกเฉินควรนำไปใช้กับเรื่องอะไร

คิดก่อนหยิบใช้

article_money_default

บทความการเงิน

แชร์

ทำงานหาเงินมาก็แสนจะเหนื่อย ว่าแล้วก็ต้องใช้ให้สะใจ ช้อปไปอยากได้อะไรก็ซื้อ อยากกินอะไรก็กิน เงินออมก็มีเก็บๆ อยู่บ้าง แต่รู้ไหมว่าพังกันมาเท่าไรแล้วกับความไม่พร้อมในชีวิต

จริงอยู่ว่าวันนี้เรายังแข็งแรงทำงานได้ หาเงินได้ แต่หากวันหนึ่งชีวิตเกิดสิ่งไม่คาดฝัน อุบัติเหตุ ลูกป่วย พ่อแม่ไม่สบาย โดนออกจากงาน ลูกค้าขอเลื่อนจ่าย เราก็จะได้แต่รำพึงรำพันกับตัวเองว่า “ทำไมถึงซวยแบบนี้” แม้ว่าที่จริงแล้วเราจะสามารถเตรียมพร้อมรับโชคชะตานี้ได้ด้วย “เงินฉุกเฉิน” แต่น่าเศร้าที่หลายๆ คนก็มักจะมองข้ามไป

เงินฉุกเฉินคืออะไร?

“เงินฉุกเฉิน” หรือบางครั้งก็เรียกว่า เงินออมฉุกเฉิน หรือเงินสำรองฉุกเฉินนั้น คือการที่เรากันเงินส่วนหนึ่งไว้ ในรูปแบบที่สามารถหยิบมาใช้ได้ทันทีหากเกิดเหตุด่วน เหตุฉุกเฉิน โดยทั่วไปมักจะนิยมสำรองเงินก้อนนี้ไว้ 3 เดือนสำหรับคนโสด และ 6 เดือน หรือ 1 ปีสำหรับคนมีครอบครัว โดยเงินฉุกเฉินต้องเก็บแยกออกมาจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แยกจากเงินออมทั่วไป และเงินออมสำหรับเกษียณ เพราะจะมีโอกาสเผลอหยิบมาใช้ได้  

เช็กหน่อยว่า “ใช่” เงินสำรองฉุกเฉินไหม?

ก่อนจะดึงเงินฉุกเฉินไปใช้จ่าย คุณต้องไม่ลืมว่าเป้าหมายของการมีเงินสำรองฉุกเฉินก้อนนี้คืออะไร? ซึ่งมีวิธีทวนความเข้าใจก่อนหยิบใช้อย่างง่ายๆ ตามนี้

  • “ค่าใช้จ่าย นอกเหนือจากการคาดเดาหรือไม่?”
    ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินคือรายจ่ายที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากรายจ่ายในชีวิตประจำวัน หรือเป็นรายจ่ายที่ไม่คาดคิดมาก่อน เช่น ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย จากเหตุการณ์น้ำท่วม คนในครอบครัว เจ็บป่วยกระทันหัน ค่าเปลี่ยนอะไหล่ เปลี่ยนยางรถยนต์จากอุบัติเหตุไม่คาดคิด หากสำรวจแล้วว่ารายจ่ายที่เกิดขึ้น เกิดจากเหตุไม่คาดคิด ไม่ทันตั้งตัว ทำให้เกิดรายจ่ายตามมา ก็นับว่า เหมาะสมกับการนำเงินฉุกเฉินออกไปใช้ “ย้ำว่าต้องฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น”

  • จำเป็นต้องรีบจ่ายเป็นการเร่งด่วนไหม?
    คุณสามารถประเมินความเร่งด่วนในการใช้เงินฉุกเฉินได้ โดยสำรวจว่าเหตุที่เกิดขึ้นนั้น จำเป็นต้องรีบจ่าย จัดการเป็นการเร่งด่วนหรือไม่? หรือยังพอมีเวลาให้วางแผนทางการเงินได้ เพราะถ้าไม่จำเป็นต้องรีบจ่าย คุณก็เลือกเก็บเงินฉุกเฉินไว้แล้วจัดสรรเงินในเดือนต่อๆ ไป มาจ่ายแทน เพื่อลดความเสี่ยงการขาดสภาพคล่องทางการเงิน

  • ค่าใช้จ่ายนี้สมเหตุสมผลไหม?          
    เพราะเป้าหมายการใช้เงินฉุกเฉินของแต่ละคนแตกต่างกันไป ก่อนหยิบเงินฉุกเฉินมาใช้ คุณอาจตรวจสอบก่อนว่าค่าใช้จ่ายฉุกเฉินนั้น ฉุกเฉินจริงๆ หรือไม่? จำเป็นจริงหรือเปล่า?

5 รายจ่ายที่ “ไม่ควรนำเงินฉุกเฉิน” ไปใช้?

  1. จ่ายเพื่อเที่ยว หากคุณอยากให้รางวัลตัวเอง ด้วยทริปท่องเที่ยวดีๆ สักทริป ควรวางแผนออมเงินเพื่อใช้ในส่วนนี้โดยเฉพาะ แทนการนำเงินฉุกเฉินออกไปใช้
  2. ซื้อของขวัญหรือของฟุ่มเฟือยในแต่ละปี มีวันสำคัญของคุณ ของคนในครอบครัว อย่าลืมวางแผนเงินในส่วนนี้ล่วงหน้า ดีกว่าใช้เงินฉุกเฉินให้หมดไปกับการซื้อของขวัญ ของฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น
  3. จ่ายค่างวดบ้านหรือสินเชื่อที่อยู่อาศัย ถือเป็นรายจ่ายที่ต้องจ่าย และมีแนวโน้มต้องจ่ายเพิ่มสูงขึ้นทุกปี การวางแผนการเงินระยะยาว จึงช่วยลดความเสี่ยงการขาดสภาพคล่องได้
  4. ให้คนอื่นยืมหรือกู้ หากต้องการให้ผู้อื่นยืม ควรเป็นเงินในส่วนอื่นและต้องมั่นใจว่าคุณจะไม่เดือดร้อนเรื่องเงินในภายหลัง หากถูกเบี้ยวหนี้หรือลูกหนี้ไม่คืนเงิน
  5. รายจ่ายที่รู้อยู่แล้ว เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ค่าผ่อนรถยนต์ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ คุณสามารถวางแผนจัดสรรเงินมาจ่ายในส่วนนี้ได้ทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้กระทบกับเงินฉุกเฉินที่มี 
เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่หลายครั้งการไม่มีเงินฉุกเฉินสำรองไว้ อาจมีปัญหาใหญ่ตามมา และอย่าลืมว่าเราเตรียมพร้อมรับโชคชะตาได้ด้วยการวางแผนเรื่องเงินไว้ล่วงหน้าโดยมีจุดประสงค์การใช้เงินให้ชัดเจน ย่อมช่วยลดความเสี่ยงการขาดสภาพคล่องได้มากกว่า เพราะอย่างน้อยคุณก็มั่นใจได้ว่าตะมีเงินใช้ทันที ในวันที่ชีวิตต้องเจอกับรายจ่ายที่คาดไม่ถึง
อะไรคือ “รายจ่ายฉุกเฉิน” ที่คุณเสี่ยงต้องจ่ายมากที่สุด?
ค่ารักษาพยาบาล ของคนในครอบครัว
ค่าซ่อมรถยนต์ พาหนะที่ใช้เดินทาง
ค่าเรียนพิเศษ ลูก หลาน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว กรณีเสี่ยงตกงาน / ขาดรายได้ประจำ
ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ ของใช้จำเป็น
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ