Concept tax time season and alarm clock with coins stack on wood table, copy space

เข้าใจการวางแผนภาษีใน 3 นาที

วางแผนภาษี เรื่องง่ายๆ ที่เราทำได้ด้วยตัวเอง โดยการเริ่มต้นจากการคำนวณเงินได้สุทธิแบบง่ายๆ จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับตาราง อัตราภาษีเท่านี้ก็จะทราบว่าในปีนั้นๆ ประหยัดภาษีไปเท่าไหร่และจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่

เงินได้สุทธิ คือ (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน)

รายได้ คือ รายได้ของเราทั้งปี ยกตัวอย่างง่ายๆ คือเงินเดือนนั้นเอง ยกตัวอย่าง การคำนวณรายได้ เงินเดือนทั้งหมด 12 เดือน 60,000 x 12 = 720,000 บาท

ค่าใช้จ่าย นั้นสามารถหักได้ 50% ของรายได้ (แต่ไม่เกิน 100,000 บาท) ยกตัวอย่าง การคำนวณค่าใช้จ่าย 50% x 720,000 = 360,000 ซึ่งกรณีนี้จะหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 100,0000 บาท

ค่าลดหย่อน คือสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จะช่วยให้เสียภาษีน้อยลงโดยกฎหมายได้กำหนด ค่าลดหย่อนไว้หลายประเภท ได้แก่

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว (ลดหย่อนได้ 60,000 บาท), ค่าลดหย่อนบิดามารดา (ลดหย่อนได้ 30,000 บาท) เป็นต้น
  • ค่าลดหย่อนเพื่อเป็นสวัสดิการและช่วยเหลือสังคม เช่น เงิน ประกันสังคม (ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 9,000 บาท), เงิน บริจากทั่วไป (ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลัง หักค่าลดหย่อน) เป็นต้น
  • ค่าลดหย่อนจากการออมและการลงทุน เช่น เบี้ยประกันชีวิต ทั่วไป(ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000), เบี้ยประกันชีวิต แบบบำนาญ(ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินแต่ไม่เกิน 200,000 บาท) เป็นต้น

ในประเทศไทยคิดอัตราภาษีแบบขั้นบั้นได้ดังนี้

หมายเหตุ: การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สาหรับเงินได้สทุธิ 150,000 บาทแรกยังคง สามารถใช้ต่อไปตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้น รัษฎากร (ฉบับ ที่ 470) พ.ศ. 2551

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นจึงขอยกตัวอย่างการวางแผนภาษี ดังนี้

ตัวอย่าง ก่อนวางแผนภาษีโดยก่อนวางแผนนายออมเงินต้องเสียภาษีถึง 36,500 บาท แต่หลังจากวางแผนเสียภาษีด้วยประกันชีวิตและบำนาญแล้ว นายออมชำระภาษีแค่ 13,500 บาท

จะเห็นว่านายออมเงินประหยัดภาษีจากเดิมไปถึง 23,000 บาทเลยทีเดียว

คำนวณภาษี

สมัครรับบทความดีๆ
ทุกสัปดาห์

ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE