อันตรายจาก "ขนมหวาน" ทำร้ายสุขภาพแบบไม่รู้ตัว

article_health_default

บทความสุขภาพ

แชร์

อันตรายจาก "ขนมหวาน" ทำร้ายสุขภาพแบบไม่รู้ตัว

“ขนมหวาน” เป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชอบ มีส่วนประกอบหลักที่เป็นตัวชูรสชาติ คือ น้ำตาล ที่ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า รู้สึกสดชื่น ช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขหรือสารเอ็นโดรฟิน โดยองค์กรอนามัยโลก “แนะนำให้บริโภคน้ำตาลในปริมาณที่จำกัด 4-6 ช้อนชา/วัน ในกลุ่มคนวัยทำงานทั่วไป และ 6-8 ช้อนชา/วัน ในกลุ่มคนที่ต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ” แต่ข้อมูลที่น่าตกใจกคือ “คนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยสูงสุดวันละ 20 ช้อนชา ทำให้สถิติผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและอายุของผู้ป่วยลดน้อยลงเรื่อยๆ” สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนตระหนักถึงโทษของ “น้ำตาล” ไม่มากพอ จึงบริโภคกันอย่างไม่จำกัด ทั้งที่ความจริงแล้วขนมหวานหลายชนิดที่เต็มไปด้วยน้ำตาล ทำร้ายสุขภาพได้มากกว่าที่ใครหลายคนรู้

อันตรายจาก ขนมหวานทำร้ายสุขภาพที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

1. ทำร้ายผิว

หากบริโภคของหวานที่มีน้ำตาลมากเกินไป จะทำให้น้ำตาลตกค้างอยู่ในหลอดเลือด เกิดอนุมูลอิสระในร่างกายมากขึ้นและหลอดเลือดเสียหาย การฟื้นฟูของเซลล์ผิวหนังจึงช้าลงหรือใช้เวลาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม สังเกตได้จากเวลาเป็นแผล แผลจะหายช้ากว่าปกติ เป็นสิวอักเสบง่าย หายยาก ผิวหนังเหี่ยวย่นดูแก่กว่าวัย เพราะมีสารอนุมูลอิสระในร่างกายมากเกินไป

2. เสี่ยงเป็นโรคร้ายแรง

เพราะการกินของหวานหรือน้ำตาลเยอะเกินไป ทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติและเกิดโรคได้หลายชนิด เช่น
  • โรคเบาหวาน โรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือด หรือเกิดจากความผิดปกติของ “อินซูลิน” ทำให้ร่างกายดึงเอาน้ำตาลไปใช้ไม่ได้ จึงเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ เป็นสาเหตุของอาการอักเสบต่างๆ และเกิดภาวะโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา
  • โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก เพราะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงร่างกายถูกทำลายจากปริมาณน้ำตาลตกค้างในเส้นเลือด ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายไม่มีประสิทธิภาพดังเดิม เกิดการแตก ตีบ อุดตันง่ายขึ้น
  • โรคมะเร็งตับอ่อน มีการตรวจพบว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งตับอ่อนส่วนใหญ่ มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง อีกทั้งน้ำตาลยังเป็นอาหารชั้นดี ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
  • ติดเชื้อรุนแรงได้ง่าย น้ำตาลทำให้ความสมดุลแร่ธาตุในร่างกายเสียไป จึงติดเชื้อโรคและเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าปกติ ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเชื้อโรคสามารถใช้น้ำตาลเป็นอาหารหล่อเลี้ยงตัวเอง
  • เสี่ยงโรคอ้วน น้ำตาลมีอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มเกือบจะทุกชนิด โดยเฉพาะชาเขียว น้ำอัดลม ที่มีปริมาณน้ำตาลสูงถึง 10-12 ช้อนชา และมีข้อมูลพบว่าคนไทยกว่า 17 ล้านคนดื่มน้ำอัดลมทุกวัน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะอ้วน น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคแทรกซ้อนได้

3. เสพติดความหวาน

การกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวาน จะทำให้สมองหลั่งสารที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ทำให้รู้สึกมีความสุข คุ้นชิน รวมถึงสั่งการให้ร่างกายมีความต้องการน้ำตาลมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นติดอยู่ในวงจรความหวาน ต้องกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานบ่อยครั้ง เหมือนร่างกายขาดน้ำตาลไม่ได้ จนกลายเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ในที่สุด รสชาติหวานในอาหารและเครื่องดื่ม อาจให้ความรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่กินเข้าไป แต่ไม่ควรบริโภคน้ำตาลจนติดเป็นนิสัย หรือบริโภคน้ำตาลในปริมาณมากๆ ติดต่อกัน  เพราะนั่นอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ต่อการดำเนินชีวิตในอนาคตของคุณเอง   
“ความหวาน” จากอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดใดที่คุณอยากลด ละ เลิก มากที่สุด?
น้ำอัดลม
กาแฟ
ชาเขียว
น้ำแข็งใส
เครื่องดื่มชูกำลัง
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ