ออมเงินกับลงทุนเลือกอะไรดี?

กับการวางแผนชีวิตมนุษย์เงินเดือน

article_money_default

บทความการเงิน

แชร์

เข้าสู่วัยทำงาน วัยที่ต้องเริ่มเก็บเงินแบบจริงจัง หากถามว่า เราควรเก็บออมเงินไปเรื่อยๆ หรือนำเงินทั้งหมดที่ได้มาลงทุนดี? วันนี้เรามีคำตอบมาฝากทุกคนกัน

สำหรับการออมเงิน
ก่อนอื่นเลยสำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกท่าน สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือ ต้องออมเงิน ก่อนเป็นลำดับแรก เพราะเงินออมถือเป็นปัจจัยที่จะทำให้เป้าหมายที่กำหนดไว้ในอนาคตสำเร็จและเป็นจริงขึ้นมา ซึ่งการออมเงินที่ดีนั้น เราควรแบ่งเงินออมออกแบ่ง 2 ก้อน

  • ก้อนที่ 1 เงินออมทั่วไป เป็นเงินออมที่มีเป้าหมายในการใช้จ่ายในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น วางแผนการศึกษาให้ลูก ดาวน์บ้าน ผ่อนบ้าน หรือดาวน์รถ-ผ่อนรถ วางแผนสร้างธุรกิจ วางแผนแต่งงาน หรือแม้แต่เงินออมที่เก็บไว้ใช้ในยามเกษียณ
  • ก้อนที่ 2 เงินออมฉุกเฉิน หรือเงินสำรองฉุกเฉิน ซึ่งแน่นอนว่าวัตถุประสงค์ของเงินก้อนนี้ คือไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เช่น ตอนตกงาน ไม่มีรายได้เข้ามา หรือแม้แต่ตอนเจ็บป่วยกะทันหัน เงินก้อนนี้จึงเป็นเงินก้อนแรกที่เราควรมีก่อนที่จะนำเงินไปทำอย่างอื่นด้วย

ควรเริ่มต้นการออมอย่างไร?
สำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกท่าน ที่กำลังมองหาวิธีการออมเงิน

  • เก็บก่อนใช้ หลังจากได้เงินเดือนมา อย่าลืมแบ่งออกมาเก็บทันที ประมาณ 5-10% ของเงินเดือน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้แอบเผลอตัว เผลอใจหยิบเงินออมไปใช้จนหมด
  • นอกจากนี้ลองพกเงินในกระเป๋าให้น้อยลงดู หรือตั้งเป้าหมายว่าในแต่ละวันจะใช้เงินเท่าไร หากทำตามกฎนี้ได้ ก็จะมีเงินเหลือมาออมเพิ่มนั่นเอง
  • สำหรับใครที่อยากลองตั้งกฎอื่นๆ ให้ตัวเอง การเก็บแต่ธนบัตร 50 บาท ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ แถมยังได้ผลกับใครหลายๆ คนด้วยเช่นกัน

แต่สำหรับใครที่คิดว่าตัวเองไม่ค่อยสามารถหักห้ามใจ แอบหยิบเงินเก็บตัวเองมาใช้ แนะนำให้ลองเปิดบัญชีฝากประจำระยะยาว และรีบเอาเงินออมไปฝากไว้ในบัญชีนี้ เพราะจะช่วยป้องกันการถอนมาใช้บ่อยๆ ได้ และนอกจากนี้ยังมีวิธีการออมเงินอีกมากมายที่น่าสนใจ ทุกท่านสามารถค้นหาวิธีที่เหมาะกับตัวเอง

สำหรับการลงทุน
แน่นอนว่า การออมเงินเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถทำให้เงินเพิ่มพูนขึ้นมาได้ และถ้าหากว่าคุณกำลังมองหาอะไรสักอย่างเพื่อให้เงินเพิ่มพูนขึ้น นอกจากการทำงานหาเงินแล้ว อีกหนึ่งวิธีก็คือ การลงทุน ซึ่งสำหรับการลงทุนนั้น คุณสามารถแบ่งออกมาจากเงินออมก็ได้ หรือแบ่งเงินออกมาอีกก้อนจากเงินเดือนก็ได้ (แต่ต้องไม่กระทบ ต่อค่าใช้จ่ายอื่นๆ) มาลงทุนก็ได้ แต่อย่าหยิบเงินสำรองฉุกเฉินมาลงทุนนะ

และสำหรับการลงทุนสามารถทำได้ใน 3 ขั้นตอน

  1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ซึ่งจะเป็นเป้าหมายระยะสั้นก็ได้ หรือระยะยาวก็ได้เช่นกัน เพื่อที่จะได้วางแผนการลงทุน และมองหาช่องทางการลงทุนที่ตอบโจทย์ที่เราต้องการ
  2. ศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงต่างๆ เนื่องจากลงทุนนั้นมีหลากหลายประเภท ซึ่งมีความเสี่ยงและนโยบายการลงทุน ที่แตกต่างกันออกไป โดยปกติแล้วกองทุนรวมหุ้นจะมีความเสี่ยงสูงและให้ผลตอบแทนสูง เฉลี่ยปีละ 10-15% ต่อปี ในขณะที่กองทุนรวมตราสารหนี้จะให้ผลตอบแทนต่ำกว่า เฉลี่ยปีละประมาณ 2-5% แต่ความเสี่ยงไม่มาก ก็มีโอกาสขาดทุนน้อยกว่า เพราะฉะนั้นข้อนี้จึงสำคัญมากๆ ถ้าไม่อยากลงทุนพลาดต้องศึกษาให้ดี
  3. ประเมินตัวเอง จากเหตุผลที่ว่าการลงทุนในแต่ละรูปแบบ มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้น อย่าลืมที่จะประเมินความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ เพื่อความเหมาะสมกับตัวเอง

สำหรับการลงทุนจริงๆ นั้น ไม่ได้มีเพียงการลงทุนในกองทุนหรือหุ้นเท่านั้น ยังมีการลงทุนอื่นๆ อีกมากมายที่น่าสนใจ หรือแม้แต่การลงทุนให้ตัวเอง การหาความรู้เพิ่มเติม หรือการดูแลสุขภาพที่ดี ก็เป็นอีกหนึ่งการลงทุนให้กับตัวเราเองในอนาคต และถ้าหากเรามีการวางแผนการจัดการทั้งด้านการเงินและชีวิตที่ดี รับรองได้เลยว่า เมื่อมนุษย์เงินเดือนเกษียณแล้วจะมีความสุขกับสินทรัพย์ที่สะสมไว้ และไม่ลำบากในยามที่เราไม่ได้มีเงินเดือนมาหล่อเลี้ยงชีวิตอีกด้วย

นอกจากออมเงินแล้ว ลงทุนแล้ว อย่าลืมที่จะบริหารความเสี่ยงทางด้านการเงินด้วยนะ ซึ่งเราสามารถป้องกันความเสี่ยงทางด้านการเงิน หรือผ่อนหนัก ให้เป็นเบาได้ด้วยการทำประกัน เพื่อช่วยลดภาระต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ แบบไม่ทันตั้งตัว หรือหาช่องทางการสร้างรายได้เพิ่มเติม เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง และสร้างรายได้ให้ตัวเองเพิ่มขึ้น ถ้าหากใครทำได้ครบ รับรองว่าเกษียณอย่างสำราญแน่นอน

คุณมีความสนใจในการลงทุนมาก-น้อยเพียงไหน
สนใจมาก และกำลังลงทุนอยู่
สนใจและกำลังศึกษาข้อมูล
เฉยๆ ถ้ามีคำแนะนำก็อาจจะสนใจ
ไม่สนใจเลย
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ