อยาก “แต่งงาน” ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่?

บทความการเงิน

แชร์

อยากแต่งงานต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่?

“การแต่งงาน” เป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า “ครอบครัว” จึงไม่น่าแปลกใจหากหลายคู่รักที่ตั้งใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน อยากมีงานแต่งงานตามประเพณีและจัดงานในแบบที่ฝันไว้ แต่เป้าหมายนั้นจะเป็นจริงไม่ได้เลย หากขาดการวางแผนที่ดี ไม่มีการออมเงินต่อเนื่อง ไม่มีเงินเก็บสำรองไว้เพื่ออนาคตที่จะมาถึง ดังนั้น หากคู่รักคู่ไหนกำลังวางแผนแต่งงาน แต่ไม่มีไอเดียสำหรับการวางแผนด้านการเงิน และยังไม่รู้ว่าก่อนแต่งงานต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่? วันนี้มีเคล็ดลับง่ายๆ มาฝาก เพื่อป้องกันการเงินขาดสภาพคล่องในระยะยาว

วิธีวางแผนทางการเงิน เพื่อเก็บเงินให้พร้อมก่อนแต่งงาน

1. วางแผนเก็บเงินสำหรับจัดงานแต่งงาน

การจัดงานแต่งงานถือว่ามีความสำคัญค่อนข้างมากในสังคมไทย เพราะเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมายาวนาน ซึ่งหากไม่มีการวางแผนที่ดี ก็มีโอกาสที่จะต้องแบกรับภาระหนี้สินที่เกิดจากการจัดงานแต่งงานได้ ดังนั้นควรพูดคุยทำความเข้าใจกันก่อนว่า ต้องการจัดงานแบบใด ใช้งบเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เกิดหนี้สินตามมาและช่วยลดความเสี่ยงด้านการเงินที่อาจจะเกิดขึ้น โดยควรแจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในวันแต่งงานทั้งหมด หรือเลือกจัดงานแต่งงานเล็กๆ ในแบบของตนเอง และตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้ ซึ่งงบประมาณในการจัดงานแต่งงานนี้ ควรมีสำรองไว้อย่างน้อย 50,000 – 100,000 บาท+ โดยให้เป็นไปตามความเหมาะสม ของทั้งสองครอบครัว

2. วางแผนเก็บเงินสำหรับการใช้ชีวิตคู่หลังเกษียณ

การวางแผนเกษียณเป็นเรื่องสำคัญหากคิดจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เพราะเงินก้อนนี้จะถูกนำมาใช้จ่ายในวันที่คุณและเขาไม่มีรายได้แน่นอนแล้ว จึงควรมีการตกลงกันให้แน่ชัดก่อนแต่งงานว่าจะเก็บออมร่วมกันเป็นจำนวนเท่าไหร่? ระยะเวลากี่ปี? และคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ของรายได้ทั้งคู่ โดยแต่ละปี คุณสามารถใช้วิธีวางแผนลดหย่อนภาษีร่วมด้วย แบ่งเงินไปลงทุน เพื่อให้มีเงินเก็บมากขึ้นและมีเงินงอกเงยจากการนำเงินไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ ก่อนที่จะนำเงินในส่วนนี้ไปเก็บออมไว้ในรูปแบบของประกันสะสมทรัพย์หรือประกันบำนาญ เพราะมีความเสี่ยงต่ำ เงินต้นไม่สูญหาย มีเงินก้อนคืนให้ในระยะเวลาที่แน่นอน

3. วางแผนเก็บเงินสำหรับการมีบุตร

ถ้าคุณตั้งใจจะมีลูกทันทีหลังแต่งงาน ยิ่งต้องวางแผนทางการเงินไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้มีเงินเก็บออมเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ทั้งในช่วงตั้งครรภ์ ช่วงคลอดลูก และการเลี้ยงดูลูกในช่วง 6 เดือนแรก โดยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ควรมีสำรองไว้แยกออกมาจากส่วนอื่นอย่างน้อย 30,000 – 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการมีลูกของแต่ละครอบครัว

4. วางแผนเก็บเงินสำรองกรณีฉุกเฉิน

การมีเงินสำรองกรณีฉุกเฉินเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกครอบครัว เพราะช่วยลดภาระทางการเงินได้ ในกรณีที่หัวหน้าครอบครัวหรือรายได้หลักของครอบครัว เกิดเหตุฉุกเฉิน ทำงานไม่ได้ หรือมีเหตุไม่คาดคิดขึ้น เงินในส่วนนี้ก็จะสามารถดึงออกมาใช้ได้ในทันที โดยแต่ละครอบครัวควรมีเงินออมสำรองไว้อย่างน้อย 6 – 12 เดือน สำหรับค่าใช้จ่ายหลักภายในบ้าน ยกตัวอย่างเช่น หากครอบครัวมีภาระค่าผ่อนบ้าน 10,000 บาท / เดือน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมเป็นเงิน 30,000 บาท / เดือน ต้องมีเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือนหรือเท่ากับ 30,000 x 6 = 180,000 บาท
แม้เงินจะไม่ใช่ปัจจัยหลักของชีวิตคู่ แต่เงินก็จำเป็นสำหรับการดำรงชีพ ก่อนแต่งงานจึงควรเปิดใจคุยกันเพื่อวางเป้าหมายชีวิตร่วมกันและวางแผนทางการเงินได้ทันที จะได้มีเงินเก็บออมเพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกช่วงชีวิต
คุณคิดว่าก่อนแต่งงาน ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่?
3 เท่าของรายจ่ายในปัจจุบัน
6 เท่าของรายจ่ายในปัจจุบัน
6-12 เท่า ของรายจ่ายสำหรับคนสองคน
6-12 เท่า ของรายรับที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ยังไม่ได้วางแผนเรื่องการแต่งงาน
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ