หาเงินเก่ง VS เก็บเงินอยู่

แบบไหนดีกว่ากันนะ

article_money_default

บทความการเงิน

แชร์

เมื่อเข้าสู่ชีวิตการทำงาน สิ่งที่เรามักได้ยินจากคนรอบตัวเลยก็คือ “ตั้งใจทำงานหาเงินนะ” หรือไม่ก็ “ทำงานแล้ว อย่าลืมเก็บเงินนะ” แต่ถ้าให้เลือกระหว่างการเก็บเงินอยู่ และ หาเงินเก่ง แบบไหนดีกว่ากัน วันนี้เรามีคำตอบ

ถ้าหากเปรียบให้เห็นภาพชีวิตของเรา ที่มีจุดมุ่งหมายคือการสร้างสมดุลการเงินที่ดี ลองนึกว่า เรากำลังเล่นเกมสักเกมซึ่งมีของรางวัล ก็คือ การมีสมดุลการเงินที่ดี เราจะต้องผ่านห้องทั้งหมด 3 ห้อง เพื่อที่จะไปยังห้องที่ 4 เป็นห้องสุดท้ายที่ไม่สามารถเปิดได้ทันที แต่ต้องเพิ่มทักษะในแต่ละห้องติดตัวเข้าไปด้วย งั้นเรามาเริ่มต้นเดินทางไปด้วยกัน

ห้องที่หนึ่ง “จุดเริ่มต้นของทั้งหมด”
ห้องนี้จะเป็นห้องเริ่มต้นของ การเริ่มหาเงินด้วยตนเอง การที่เราจะผ่านห้องนี้ได้เราต้องหาเงินให้เก่งขึ้น ซึ่งวิธีการเพิ่มเงินก็คือการมีเงินเดือนเพิ่ม หรือหารายได้พิเศษเ ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดเลยก็คือ การเพิ่มทักษะ และหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อต่อยอดจากสิ่งที่ทำ สร้างความแตกต่างจากผู้อื่น

แน่นอนว่า การเล่นเกมแต่ละเกมมักมีอุปสรรค ซึ่งในห้องนี้มีอุปสรรค ตัวการใหญ่เลยก็คือ การติดอยู่ในคอมฟอร์ทโซน หรือช่วงเวลาที่รู้สึกว่าทุกอย่างลงตัวไปหมด ทำให้เราติดอยู่กับความสบาย จนเกิดเป็นความเคยชินไม่ยอมเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ การหลุดคอมฟอร์ทโซนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ถ้าทำได้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการก้าวต่อไป

ห้องที่สอง “ห้องแห่งการตั้งสติ”
ห้องที่สองถือเป็นปราบเซียน เพราะห้องนี้จะเป็นห้องที่คุณต้องสู้กับอุปสรรคมากมาย ทั้งจากตัวคุณเองและสิ่งเร้าอื่นๆ แต่ห้องนี้ก็ไม่ได้มีอุปสรรคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะห้องนี้มีสูตรสำเร็จมากมายหลายแบบให้คุณได้เลือกทำ หรือจะทำทุกสูตรพร้อมๆ กันเลยก็ได้ เช่น สูตรลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เป็นสูตรการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นกับเราออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารการกินที่หรูหราเองไป หรือของใช้ต่างๆ ที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้เลย หรือสูตรเก็บก่อนใช้ทีหลัง ขอบอกไว้เลยว่าสูตรนี้ใช้แล้วเห็นผลดีมากๆ กับหลายๆ คน ผ่านจากห้องนี้ไปได้เพราะสูตรนี้เลย

ห้องนี้อาจจะใช้เวลาในการหาประตูผ่านไปยังห้องถัดไปยากหน่อย แต่เมื่อผ่านไปแล้ว คุณจะรู้สึกดี แฮปปี้มากๆ แอบกระซิบบอกเคล็ดลับในการผ่านห้องนี้ให้เร็วขึ้นสักนิด “อย่าหยุดหาเงิน! เพราะนอกจากเราจะมีเงินเพิ่มแล้ว ยังทำให้เงินเก็บเราเพิ่มด้วยเช่นกัน”

ห้องที่สาม “ห้องแห่งการงอกเงย”
หลังจากผ่านทั้ง 2 ห้องมาแล้ว ห้องนี้จะเป็นห้องที่คุณต้องเริ่มจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองก่อน และสำหรับมือใหม่อาจจะต้องระมัดระวังสักนิด ตั้งสติให้ดีๆ เพราะบางครั้งก็จะมีเสียงคำแนะนำลอยเข้ามาในหู เช่น “กองทุนนี้ดี” “หุ้นตัวนี้เด็ด” จนสติหลุดเผลอตัวลงทุนไป อาจจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะศึกษาให้ดีๆ วิเคราะห์เยอะๆ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็ลองลงทุนดู แต่ก่อนจะลงทุนนั้น ต้องมีเงินเก็บสำรองฉุกเฉินก่อนนะ เพราะถ้าหากเกิดข้อผิดพลาดก่อนการลงทุนตัวไหน เงินสำรองฉุกเฉินก้อนนี้จะช่วยคุณได้ ไม่ต้องวนกลับไปเริ่มต้นใหม่นั่นเอง

ห้องสุดท้าย “ห้องแห่งความสมดุล”
เมื่อคุณผ่านด่านทั้ง 3 ห้องแล้วก็พบกับห้องสุดท้าย ห้องแห่งสมดุลทางการเงิน ไม่ว่าคุณต้องการความมั่นคงทางการเงิน หรือชีวิตดีๆ สบายๆ ห้องนี้จะตอบโจทย์เป็นอย่างมาก แต่มีเงื่อนไขก็คือ คุณห้ามหยุดทำสิ่งที่คุณได้เรียนรู้มาจาก 3 ห้องแรก เพราะถ้าหากหยุดและหันกลับมาใช้เงินเพียงอย่างเดียว คุณก็พร้อมกลับไปจุดเริ่มต้นได้ทันทีนั่นเอง

และทั้งหมดนี้หลายๆ คงเริ่มเห็นภาพกันแล้วใช่ไหมว่า การจะเก็บเงินอยู่ หรือ หาเงินเก่ง ถ้าอยากมีชีวิตทางการเงินที่ดี คุณไม่สามารถมีอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ทางที่ดีควรมีทักษะทั้ง 2 ด้าน แต่แน่นอนว่าถ้าอยากให้ชีวิตทางการเงินของคุณดีขึ้นกว่านี้ล่ะก็ อย่าลืมเรื่องการลงทุน เพราะจะช่วยต่อยอดเงินเก็บของคุณให้มีมากขึ้นได้ ถึงแม้ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอาจจะดูไม่มากนัก ถ้าหากทำเป็นนิสัย ค่อยๆ ศึกษา ค่อยๆ ลงทุน ผลตอบแทนคุ้มค่าอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าอาจจะยากเกินไปสำหรับใครหลายๆ คน แต่บอกได้คำเดียวว่า “สู้ๆ” แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง
คุณอยู่ทีมไหนเอ่ย
ทีมเก็บเงินอยู่
ทีมหาเงินเก่ง
อยู่ทั้งสองทีม
อยู่ทั้งสองทีม + ทีมลงทุนเป็น
ไม่อยู่สักทีมเลย
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ