วิธีหา “เป้าหมายการออมเงิน” ของตัวเองให้เจอ?

บทความการเงิน

แชร์

วิธีหาเป้าหมายการออมเงินของตัวเองให้เจอ?

ในช่วงที่มีรายได้เข้ามาหรือเริ่มมีรายรับที่แน่นอน หลายคนคงเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการออมเงิน แต่ไม่สามารถวางแผนการเงินให้มีประสิทธิภาพและลงมือทำให้สำเร็จได้ เนื่องจากไม่มีแรงผลักดันมากพอ รวมถึงไม่สามารถหา “เป้าหมายของการออม” ของตนเองได้อย่างชัดเจน ทำให้ล้มเลิกการเก็บออมไปได้ง่ายๆ ดังนั้น ก่อนที่จะเริ่มออมเงินครั้งใดก็ตาม ควรมีเป้าหมายที่แน่ชัดเสียก่อน เพื่อเป็นแรงจูงใจผลักดันให้เราพยายามเก็บออมเงินให้สำเร็จ แต่ถ้ายังไม่รู้เป้าหมายการออมเงินของตนเองคืออะไร

มาดูวิธีค้นหาเป้าหมายการออมของคุณให้เจอด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้

1. สำรวจความต้องการของตนเอง

เพื่อความสำเร็จในการออม ควรวางแผนการใช้เงินให้พอดีกับเป้าหมายของคุณ เริ่มต้นด้วยการสำรวจความต้องการของตนเองก่อน เพราะทุกคนมีความต้องการในชีวิตไม่เหมือนกัน เช่น บางคนเลือกวางแผนออมเงินระยะสั้น เพราะต้องการซื้อสิ่งที่ตนต้องการอย่าง บ้าน รถ ที่ดิน เก็บออมเพื่อการศึกษาลูกในอนาคต วัยทำงานต้องการวางแผนลดหย่อนภาษี เพื่อช่วยประหยัดภาษี ได้มีเงินออมเพิ่มขึ้น หรือบางคนเลือกวางแผนออมเงินระยะยาว เพราะอยากมีชีวิตวัยเกษียณที่มีคุณภาพแบบมั่นคงและมั่งคั่ง ขณะที่หลายคน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น “ความต้องการ” ทั้งสิ้น ซึ่งคุณต้องสำรวจและตอบตัวเองให้ได้แน่ชัดว่า “การออมครั้งนี้ ออมเพื่อวัตถุประสงค์ใด”

2. กำหนดและคัดกรองความคาดหวัง

เป้าหมายในการออมของเราเหมาะสมหรือไม่ การกำหนดและคัดกรองความเป็นไปได้ โดยใช้เวลาเป็นเครื่องชี้วัดนับเป็นสิ่งสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณ 4,000,000 บาท เพื่อให้มีเงินใช้จ่ายวันละ 500 บาท ต่อเนื่องไปอีก 20 ปีข้างหน้า แต่หากคุณเริ่มตั้งเป้าหมายชีวิตตอนอายุ 50 ปี เท่ากับคุณเหลือเวลา เพียง 10 ปี ในการเก็บเงิน 4,000,000 บาท ซึ่งอาจดูเป็นไปได้ยาก ดังนั้นควรเริ่มวางแผนการเงินให้เร็วขึ้น

3. สำรวจรายได้ของตนเอง

รายได้ในปัจจุบันนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา ควบคู่กับการกำหนดเป้าหมายของตัวเองด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการซื้อบ้านราคา 2,000,000 บาท โดยที่ธนาคารกำหนดอัตราการผ่อนชำระประมาณ 25,000 บาท / เดือน แต่คุณมีรายได้หลังหักลบรายจ่ายแล้วเหลือเพียง 25,000 บาท นั่นเท่ากับว่าคุณจะไม่เหลือเงินเพื่อการเก็บออมสำหรับเป้าหมายอื่นๆ อีกเลย และยังเสี่ยงที่จะขาดสภาพคล่องได้ในอนาคต

4. เลือกวิธีเก็บเงินและการลงทุนที่เหมาะสม

การเลือกวิธีเก็บเงินและวิธีการลงทุนที่เหมาะสม เป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ไวยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้น้อยแต่มีเป้าหมายเกษียณอายุด้วยเงิน  4,000,000 บาท อาจเลือกวิธีเก็บเงินแบบออมก่อนใช้ทุกเดือนและนำเงินออมดังกล่าวไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ระยะยาว ประกันชีวิตแบบบำนาญ เพื่อการันตีเงินได้หลังเกษียณ รวมถึงศึกษาตัวช่วยการลงทุนแบบอื่นๆ อย่าง LTF RMF หรือประกันชีวิตเพื่อช่วยลดหย่อนภาษี ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มเงินออมให้มากขึ้น และทำให้คุณบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

5. ลงมือทำ

เมื่อหาเป้าหมายการออมเงินของตัวเองเจอแล้ว อย่าลืม “ลงมือทำ” ตามแผนที่วางไว้ในทันที แม้จะมีอุปสรรคทางการเงินเกิดขึ้นระหว่างทางหรือไม่ตรงกับแผนการที่วางไว้บ้าง คุณก็ยังมีเวลามากพอที่จะปรับเปลี่ยนแก้ไขได้เสมอ เพราะการเริ่มต้นออมเงินก่อน ย่อมได้เปรียบกว่าคนที่ยังไม่เริ่มออมใดๆ เลย “เป้าหมายการออม” เปรียบเสมือนหางเสือที่นำทางให้คุณไปพบผลลัพธ์ในแบบที่ตั้งใจไว้ แต่ตัวคุณเองเปรียบเสมือนตัวเรือ ที่ต้องมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะอดออม มองหาวิธีที่ช่วยให้ออมให้ได้ตามเป้าหมาย หาช่องทางหาเงินให้ได้มากกว่าที่ใช้จ่ายไป และอุดรูรั่วทางการเงินของตัวเอง ด้วยการวางแผนการเงินอย่างละเอียดรอบคอบ หาตัวช่วยลดหย่อนภาษีที่ทำให้จ่ายภาษีน้อยลง เพื่อเป้าหมายการออมเป็นจริงในระยะเวลาที่ต้องการ
“เป้าหมายการออมเงิน” ในอีก 5 ปีข้างหน้าของคุณคืออะไร?
เก็บออมเงินให้ได้หลักล้านบาท
ซื้อรถยนต์คันแรกให้ตัวเอง
ไปท่องเที่ยวยุโรป 1 สัปดาห์
มีเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ
มีทุนการศึกษาให้ลูกศึกษาต่อปริญญาโท
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ