Hand writing Tax Planning word on the accountant desk

วิธีวางแผนภาษีตามช่วงอายุ ให้ประหยัดแบบสุดๆ

การตอบคำถามว่าจะวางแผนภาษี หรือวางแผนทางการเงินอย่างไรนั้นสุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมีเป้าหมายทางการเงินและสถานะทางการเงินอย่างไร

ดังนั้นแต่ละคนก็จะมีการวางแผนที่ต่างกันไป อย่างไรก็ตามแต่ละช่วงอายุ จะมีเรื่องที่ต้องพิจารณาคล้ายๆ กัน

หลายท่านมีคำถามว่า แล้วจะซื้ออะไรเพิ่มเติมระหว่างประกันชีวิต LTF และ RMF เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่ดี เพื่อเป็นแนวทางแก่ท่านผู้อ่านให้พอเห็นภาพคร่าว ๆ ว่าแต่ละช่วงเวลาเราควรซื้ออะไรในการลดหย่อนภาษี เราสามารถแบ่งพิจารณาได้เป็น 3 ช่วงอายุ ดังนี้ 

1. วัยเริ่มต้นทำงาน [อายุ 22 – 30 ปี]

วัยนี้โดยส่วนใหญ่รายได้ยังไม่สูงมาก อาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อสินค้าทางการเงินเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเลย ถ้าตามฐานภาษีใหม่ ใครที่มีรายได้เฉลี่ยไม่เกินเดือนละ 25,800 บาท* ก็ยังไม่ต้องเสียภาษี ดังนั้นการซื้อสินค้าการเงินเพื่อลดหย่อนภาษีจึงยังไม่มีความจำเป็น

*สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2560 สำหรับคนโสดที่มีเงินได้ประเภทเงินเดือน ค่าจ้าง ค่านายหน้า ฯลฯ รวมทั้งปี 309,600 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว จะเหลือเงินได้สุทธิอยู่ในช่วงไม่เกิน 150,000 บาทซึ่งยกเว้นภาษีทั้งจำนวน

แต่ถ้าใครมีรายได้ถึงช่วงที่ต้องเสียภาษีแนะนำให้ซื้อ LTF เป็นหลัก เนื่องจากแนวโน้มการย้ายงานเปลี่ยนงานค่อนข้างสูง ความมั่นคงทางรายได้ยังค่อนข้างน้อย แล้วข้อดีของ LTF คือซื้อลดหย่อนปีไหนก็จบปีนั้นเลย LTF จะไม่มีเงื่อนไขที่เราจะต้องซื้ออย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ถ้าเป็น RMF หรือผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตจะมีเงื่อนไขชำระต่อเนื่อง แนะนำให้ใช้ในส่วนที่น้อยก่อนเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องขาดรายได้ เพราะหากเราจ่าย RMF หรือประกันชีวิตอย่างต่อเนื่องไม่ได้จะมีผลต่อสิทธิลดหย่อนภาษีดังนี้

  • สำหรับ RMF จะต้องคืนภาษีที่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนไปแล้วในช่วง 5 ปีปฎิทิน (พร้อมด้วยเงินเพิ่ม)
  • สำหรับประกันชีวิต หากมีการหยุดชำระเบี้ยประกันชีวิตในปีใด จะไม่สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตในปีนั้นไปขอลดหย่อนภาษีได้ แต่หากเวนคืน/ยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบอายุ 10 ปี หรือเปลี่ยนเป็นกรมธรรม์แบบขยายระยะเวลาที่มีผลให้ความคุ้มครองลดลงจนเหลือน้อยกว่า 10 ปี อาจเป็นเหตุให้ผิดเงื่อนไขของการลดหย่อนในปีที่ผ่านมา และต้องเสียภาษีย้อนหลังสำหรับปีที่ใช้สิทธิลดหย่อนเกินไป (พร้อมด้วยเงินเพิ่ม)

2. วัยกลางคน [อายุ 31 – 50 ปี]

ขยับมาที่วัยกลางคน ส่วนใหญ่จะมีรายได้สูงและความมั่นคงมากขึ้น สำหรับใครที่มีครอบครัวอย่าลืม “วางแผนคุ้มครองรายได้” ของครอบครัวก่อนเสมอ โดยเฉพาะคนที่เป็นหัวหน้าครอบครัว แนะนำให้ซื้อสัดส่วนของ “ประกันชีวิต” เพิ่มมากขึ้น ยิ่งภาระเยอะก็ต้องมีประกันชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

และวัยนี้เป็นวัยที่ควรเริ่มต้นการวางแผนเกษียณอายุ เพราะเป็นวัยที่ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนมีระยะเวลาให้ใช้ประโยชน์จาก “ดอกเบี้ยทบต้น” ได้อย่างเต็มที่และสินค้าการเงินที่เหมาะกับการวางแผนเกษียณอายุมากที่สุด นั่นคือ RMF นั่นเอง

3. วัยเตรียมเกษียณ [อายุ 50 – 59 ปี]

วัยนี้เป็นวัยที่เรียกว่าใกล้เกษียณอย่างเต็มที่แล้ว คำแนะนำคือควรใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีให้ครบทุกตัวอย่างเต็มที่เพราะวัยนี้เป็นโค้งสุดท้ายที่เราจะต้องเก็บเงินเพื่อไปเตรียมตัวใช้ชีวิตเกษียณไปอีกนาน ถ้าเราเตรียมไม่ดี สุดท้ายแล้วเก็บเงินมาไม่พอ จะเป็นคนแก่ที่มีความทุกข์อย่างไม่ต้องสงสัย (เพราะเงินไม่พอใช้)

การจ่ายภาษีถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนแต่เราสามารถวางแผนให้เสียภาษีน้อยลงได้คือการใช้สิทธิ์ “ลดหย่อน” ต่างๆ รู้กันหรือไม่ว่า… ปีภาษี 2560 นี้เป็นปีภาษีแรกที่มีการปรับปรุงเรื่อง “ค่าใช้จ่าย” “ค่าลดหย่อน” “ฐานภาษี” ฯลฯ ให้กับเรา โดยสิ่งหลัก ๆ ที่มีเปลี่ยนแปลงไป คือ

  • การหักค่าใช้จ่าย
    เดิม บุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่ายได้ 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท
    ใหม่  บุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

*หมายเหตุ – จำนวนข้างต้น ใช้กับเฉพาะผู้ที่มีเงินได้ตามมาตรา 40(1) 40(2) เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ค่านายหน้า ฯลฯ และตามมาตรา 40(3) เท่าที่เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์เท่านั้น เงินได้ประเภทอื่นจะมีอัตราการหักค่าใช้จ่ายที่แตกต่างไปจากข้างต้น ขณะที่เงินได้บางประเภทไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เลย (เช่น เงินได้ดอกเบี้ย เงินปันผล ส่วนแบ่งกำไร) จึงควรปรึกษาที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีอากรประกอบการตัดสินใจลงทุน]

  • ค่าลดหย่อน

• ค่าลดหย่อนตนเองและคู่สมรส
เดิม บุคคลธรรมดา และคู่สมรส (หากมี) ค่าลดหย่อนเท่ากับ 30,000 บาท/คน
ใหม่ บุคคลธรรมดา และคู่สมรส (หากมี) ค่าลดหย่อนเท่ากับ 60,000 บาท/คน

• ค่าลดหย่อนบุตร
เดิม ลดหย่อนบุตรได้คนละ 15,000 บาท ได้ไม่เกิน 3 คน และค่าลดหย่อนการศึกษาบุตร (ในประเทศ) คนละ 2,000 บาท
ใหม่ ลดหย่อนบุตรได้คนละ 30,000 บาท ไม่จำกัดจำนวน (โดยยกเลิกค่าลดหย่อนการศึกษาบุตร)

  • การปรับเปลี่ยนฐานภาษีใหม่
    เดิม เงินได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) ตั้งแต่ 4,000,001 บาทขึ้นไปเสียภาษี 35%
    ใหม่ เงินได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) ตั้งแต่ 5,000,001 บาทขึ้นไปถึงจะเสียภาษี 35%

เรื่องวางแผนภาษีไม่มีกฎตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับเป้าหมายการเงินความสามารถในการจัดการรายได้ของแต่ละคน การลดหย่อนภาษีเป็นเพียง “ผลประโยชน์ส่วนเพิ่ม” เท่านั้น แต่เราควรไปดูถึง “เป้าหมายการเงินที่แท้จริง” ของเราก่อนเสมอว่าควรใช้สินค้าการเงินตัวไหนถึงจะเหมาะกับตัวเองมากที่สุด

 

สมัครรับบทความดีๆ
ทุกสัปดาห์

ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE