11 วิธีกำจัดหนี้ให้อยู่หมัด

ไม่ต้องเป็นกูรูก็ทำได้

article_money_default

บทความการเงิน

แชร์

หากคุณกำลังมองหาวิธีปลดหนี้ แต่ยังไม่รู้ว่าวิธีไหนจะเหมาะสมกับตัวเอง แบบไหนที่ทำตามได้จริง และไม่เครียดจนเกินไปนัก ไม่เสียสมดุลเรื่องการใช้ชีวิต ต้องอ่าน

อันดับขออธิบายกันก่อนเลยว่า เรื่องแบบนี้ไม่มีสูตรตายตัว ว่าวิธีไหนดีที่สุด ปลดหนี้ได้ไวสุด เพียงแต่ต้องเลือกที่เหมาะสมกับตัวเองเท่านั้น ส่วนจะมีวิธีใดบ้างเรามีคำแนะนำมาฝาก รับรองว่าทำตามได้จริง ไม่จำเป็นต้องเป็นกูรูเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็ทำได้

“กำจัดหนี้ให้อยู่หมัด” ไม่ต้องเป็นกูรูก็ปลดหนี้ได้

  1. ห้ามจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ
    ชำระค่าบัตรเครดิตด้วยจำนวนเงินขั้นต่ำในแต่ละเดือน อาจจะดูเหมือนกับว่าภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนไม่หนักมาก ก็ค่อยๆ ผ่อนไปแบบชิลๆ ซึ่งตรงนี้แหละถือเป็นจุดเริ่มต้นของหนี้ เพราะว่า เราจะถูกคิดดอกเบี้ยทันทีสูงสุดถึง 20% ต่อปีทันทีในวันที่รูดบัตร (เงื่อนไขแตกต่างกันไปตามแต่ละธนาคาร) โดยจะคิดเป็นรายวันจนกว่าจะชำระหนี้ที่ค้างอยู่จนหมด ถ้าแบบนี้แล้วชำระขั้นต่ำทุกเดือนเมื่อไรหนี้จะหมด มาลองเปลี่ยนพฤติกรรมการชำระค่าบัตรเครดิตในแต่ละงวดให้มากขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้จะไม่สามารถชำระเต็มจำนวนได้ แต่ก็ควรจ่ายให้มากกว่าจำนวนขั้นต่ำที่บัตรเครดิตกำหนด

  2. ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างที่อยากได้
    ใครที่มีคติประจำใจว่า “อยากได้ต้องได้” ควรระวังไว้เลย เพราะคุณอาจจะก่อหนี้ขึ้นโดยที่ไม่ทันระวังตัว นั่นก็เพราะจริงๆ แล้วคุณอาจจะไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อของชิ้นนั้น แต่คุณเลือกที่จะสร้างหนี้ขึ้นมาเพื่อได้ของชิ้นนั้นมากครอบครองต่างหาก หากเป็นแบบนี้คุณไม่มีทางชําระหนี้ได้หมดง่ายๆ แน่ ถ้ายังก่อหนี้เพิ่มอยู่ตลอดเวลา ลองวิธีนี้ หยุดซื้อของเงินผ่อนดูสักพัก อย่างน้อยๆ ก็จนกว่าจะเคลียร์หนี้เงินผ่อนหมดนะ

  3. กำจัดหนี้ก้อนใหญ่ก่อน
    ลองโฟกัสที่การโปะหนี้ หรือปิดหนี้ก้อนใหญ่ๆ เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนคอนโด หรือผ่อนรถยนต์ หากคุณได้เงินก้อนมาเช่น เงินโบนัสให้นำไปปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดเป็นลำดับแรก ถ้ามีดอกเบี้ยสูงสุดเท่ากันมากกว่า 1 รายการ ให้เลือกนําเงินไปปิดหนี้ที่มีวงเงินเหลือน้อยกว่าก่อน ที่สำคัญต้องปิดหนี้ทีละรายการ อย่ากระจายเงินใส่หนี้หลายๆ ก้อน เพราะจะทําให้ภาระหนี้ต่อเดือนไม่ลดลง หากคุณสามารถปิดหนี้ก้อนใหญ่ไปได้ 1 รายการนอกจากจะเบาตัวไปเยอะแล้ว กำลังใจยังมาเพียบอีกด้วยนะ

  4. ลดรายจ่ายเรื่องรถยนต์
    อย่าซื้อรถยนต์ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะมีค่าใช้จ่ายแฝงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมัน ค่าประกันภัยและใครที่ทำงานในเมืองใหญ่ๆ ค่าที่จอดรถต่อเดือนแพงมาก (เฉลี่ย 3,000 – 5,000 บาท / เดือน) ถือเป็นภาระที่หนักอยู่ถ้าหากซื้อมาแล้วไม่จำเป็นต้องใช้จริงๆ แถมหากคิดจะขายยังราคาตกอีกด้วย ดังนั้นหันมาใช้บริการขนส่งมวลชนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย หรือติดรถเพื่อนร่วมงานไปทางเดียวกัน แชร์ค่าใช้จ่ายแถมมีเพื่อนคุยระหว่างรถติดก็น่าสนใจนะ

  5. รถยนต์บ้านละคันก็พอแล้ว
    หากบ้านของคุณมีรถยนต์มากกว่า 1 คันทั้งที่สามารถเดินทางไปและกลับด้วยกันได้ ขายสักคันหนึ่งไหมประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องรถยนต์ไปได้เยอะเลยนะ ทั้งค่าน้ำมัน ค่าประกันภัย โดยเลือกเก็บคันที่เหมาะสมกับการใช้งานในครอบครัวของคุณเอาไว้ เช่น ประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์ไม่เกิน 1500 CC ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน

  6. ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อของกินของใช้
    ค่ากินค่าอยู่ในแต่ละเดือนฟังดูเหมือนน้อย แต่ในความเป็นจริงคนไทยหมดค่าใช้จ่ายไปกับค่ากินมากที่สุด โดย 34.8% ของรายจ่ายของครัวเรือนไทยเป็นค่าอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ การควบคุมรายจ่ายในการซื้อของกินของใช้สามารถทำได้โดยการลิสต์ของที่ต้องซื้อในแต่ละเดือน อย่าเฉไฉออกนอกลิสต์ที่กำหนดไว้ และหากอะไรที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ ทุกเดือนก็ซื้อตุนไว้ได้หากมีการลดราคา

  7. หาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้
    มนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เพียงทางเดียวอาจจะไม่พอใช้หนี้ ลองสำรวจตัวเองว่าเราชอบและถนัดที่จะทำอะไร นอกเหนือจากงานประจำที่ทำอยู่ เช่นรับจ้างแปลเอกสารหากคุณมีความสามารถทางด้านภาษา กราฟิกดีไซน์ฟรีแลนซ์สำหรับผู้ที่มีความสามารถในการออกแบบ หรือขายภาพถ่ายออนไลน์ให้กับสต๊อกโฟโต้หากคุณมีความสามารถในการถ่ายภาพ และที่สำคัญต้องไม่รบกวนความสามารถในการทำงานอาชีพหลัก

  8. บันทึกรายรับรายจ่าย
    เพื่อหาว่า ในแต่ละเดือนรายรับของคุณหมดไปกับรายจ่ายประเภทใดบ้าง บางครั้งก็หมดไปค่าการจ่ายครั้งละน้อยๆ แต่เมื่อรวมกันในแต่ละเดือนเป็นเงินเยอะมาก เช่น คุณอาจจะค้นพบว่า ค่าน้ำหวาน กาแฟ และขนมยามบ่าย อาจจะสูงถึง 3,000-5,000 ต่อเดือนก็เป็นได้ และเมื่อรู้แล้วจะได้หาวิธีจัดการได้ดีขึ้น

  9. รวบทุกหนี้ไว้ที่เดียว
    การรวมหนี้ คือ การที่เรานำหนี้ที่เรามีอยู่จากหลายๆ ที่ทั้ง หรือจากบัตรเครดิตหลายๆ ใบ มารวมไว้ที่เดียวกันเพื่อขออนุมัติสินเชื่อกับสถาบันการเงินในระบบ มาปิดหนี้ดอกแพงทั้งหมดนี้ทันที แล้วมาเลือกผ่อนเป็นรายงวดคืนให้กับธนาคารด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจในการปิดหนี้ทั้งหมด ให้มีการชำระหนี้เพียงที่เดียว

  10. รีไฟแนนซ์สินเชื่อ
    การรีไฟแนนซ์ หรือ การกู้เงินก้อนใหม่มาโปะหนี้ก้อนเก่า เพื่อดอกเบี้ยหรือค่างวดที่ลดลง ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้ผ่อนบ้านได้หมดไวขึ้น เพราะเราจ่ายค่างวดเท่าเดิมแต่ดอกเบี้ยน้อยลง ซึ่งจะทำให้เงินต้นลดลงได้เร็วขึ้นนั่นเอง แล้วยิ่งช่วงนี้ยิ่งน่าสนใจเพราะธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.75% ลงมาอยู่ที่ 1.50% (เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562) ส่งผลให้หลายธนาคารทยอยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามๆ กัน

  11. วางแผนการใช้จ่าย
    หนี้ลดแล้วอย่าลืมคุมรายจ่ายด้วย การจำกัดรายจ่ายรายเดือนจะช่วยให้คุณไม่ลืมตัวเผลอใช้เงินมากเกินกว่าที่หามาได้ แต่บางคนอาจจะไม่ชอบวิธีนี้มากนัก เพราะมักคิดว่า เดือนนี้ใช้เงินมากเดือนหน้าก็ประหยัดๆ หน่อย เฉลี่ยๆ กันไปก็ได้มั้ง ไม่เท่าไรหรอก แต่ในความเป็นจริงสูญเสียกันมากนักต่อนักแล้วกับคำว่า นิดๆ หน่อยๆ เพราะคุณจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าทั้งหมดแล้วจ่ายไปเท่าไร
นอกจาก 11 วิธีกำจัดหนี้ให้อยู่หมัดที่เรานำมาแชร์แล้ว ยังมีเทคนิคประหยัดค่ากินค่าอยู่ “ช้อปของเข้าบ้าน งบไม่บานกระเป๋าไม่แบน” ตามไปอ่านต่อกันได้นะ
คลิกที่นี่
คุณมีเทคนิคจัดการหนี้อย่างไร?
โปะหนี้ก้อนใหญ่ก่อนเลย
ไม่ซื้อของแบบผ่อนบัตรเครดิต
ตั้งสติก่อนซื้อทุกครั้ง
ตุนของลดราคาที่ต้องใช้จริงๆ
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ