ลดเสี่ยง โรคหัวใจและหลอดเลือด

เพียงเลือกกิน

article_health_default

บทความสุขภาพ

แชร์

ของน่ากินมันเยอะไปหมดทั้งฟาสต์ฟู้ด ขนม และน้ำหวานต่างๆ เปิดร้านกันพรึบพรับ แถมพวกของที่ไม่ดีต่อสุขภาพเนี่ย มักจะเป็นของที่กินง่าย แถมรสชาติมันช่างถูกปากนัก ถึงแม้จะรู้ๆ อยู่ว่าของเหล่านี้อุดมไปด้วยโซเดียม น้ำตาลสูง แถมเต็มไปด้วยไขมันไม่ดี

ถึงแม้จะเอ็นจอยกับการกินขนาดไหน ก็ควรเลือกทานในปริมาณที่เหมาะสม เพราะการกินแต่ของชอบแบบไม่บันยะบันยัง ถูกปากแต่มีสารอันตรายซุกซ่อนอยู่จะตามมาซึ่งผลเสีย เช่น อาหารแปรรูปที่มีโซเดียมมากเกินไปจะทำให้ความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด

กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดจากความเสื่อมของผนังหลอดเลือดแดง ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ในบางรายมีไขมันไปอุดตันในหลอดเลือด จนเกิดไขมันสะสมที่ผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่สะดวก หัวใจขาดออกซิเจน เสี่ยงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย และเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยมีปัจจัยเสี่ยงคือ...

ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด มีอะไรบ้าง?

  • น้ำหนักเกินและอ้วนลงพุง
    น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น อ้วนลงพุง แขนขาใหญ่ อาจไม่ใช่เกณฑ์ว่าคุณน้ำหนักเกิน แต่คนที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) และมีปริมาณไขมันสะสมในร่างกายเกินมาตรฐานจึงจะถือว่ามีภาวะเป็นโรคอ้วน คนเอเชียควรมีค่าดัชนีมวลกายมาตรฐานไม่เกิน 23 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ส่วนรอบเอวผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร และผู้ชายไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตรไม่เช่นนั้นจะถือว่าอยู่ในสภาวะอ้วนลงพุง ซึ่งตัวเลขที่เกินค่ามาตรฐานถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

  • ความดันโลหิตสูง
    ค่าความดันโลหิตสูงกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งจะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายหนาตัวขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้การกินอาหารที่มีโซเดียมแฝงตัวอยู่เป็นจำนวนมากเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความดันโลหิตสูงเพิ่มมากขึ้นด้วย

  • ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหรือโรคเบาหวาน
    ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังส่งผลให้เกิดการเสื่อมของหลอดเลือดทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทำให้เซลล์เยื่อบุภายในหลอดเลือดทำงานผิดปกติ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดหลอดเลือดแดงแข็งซึ่งทำให้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายเสื่อมสภาพและถูกทำลาย และก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตามมาได้ ค่าระดับน้ำตาลที่ปกติคือประมาณ 70-100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แต่หากค่าที่ได้สูงกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไปจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคเบาหวานอีกด้วย

  • ภาวะไขมันในเลือดสูง
    อาจเป็นระดับโคเลสเตอรอลสูงหรือระดับไตรกลีเซอร์ไรด์สูงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือสูงทั้งสองชนิดก็ได้ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดแดงตีบตัน ระดับไขมันในเลือดที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ไม่เป็นโรคหรือไม่มีปัจจัยเสี่ยงด้านไขมันผิดปกติและควรใช้เป็นค่าสำหรับควบคุมตัวเองในการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ คือ
    ระดับไตรกลีเซอไรด์ < 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
    ระดับคอเลสเตอรอลรวม < 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
    ไขมันร้าย (LDL) < 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
    ไขมันดี (HDL) > 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในผู้หญิงและ > 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในผู้ชาย

ส่วนสาเหตุการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดของผู้ป่วยแต่ละรายมีสาเหตุแตกต่างกัน แต่ทางการแพทย์มีการศึกษาพบว่า ปัจจัยเสี่ยงข้างต้นเหล่านี้ ล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพหัวใจ ทั้งยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ไขมันไม่ดีไปอุดตันในเส้นเลือดได้ง่ายขึ้น ร่างกายมีภาวะไตรกลีเซอร์ไรด์สูง จึงเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากกว่าคนที่ลด ละ เลี่ยง ปัจจัย เสี่ยง เป็นประจำ

แล้วแบบนี้กินไขมันได้ไหม

คำตอบคือ “กินได้” ร่างกายยังต้องการไขมันอยู่ดี เพียงแต่ขอให้คุณหลีกเลี่ยงการกินไขมันไม่ดี (LDL) ที่มักจะแฝงตัวอยู่ในฟาสฟู๊ดส์ อาหารแปรรูป น้ำหวาน ขนมเบเกอรี่ แล้วหันมาเลือกกินไขมันดี (HDL) หรืออาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเพราะจะช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี และลดคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีได้ อาหารที่อุดมด้วยไขมันดี เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันงา น้ำมันมะกอก ถั่วและธัญพืช ปลาแซลมอน ทูน่า เต้าหู้และถั่วเหลือง

ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

เปลี่ยนการกินอย่างเดียวไม่พอ ต้องทำควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอื่น ๆ ด้วย ดังนี้

  • ออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยเพิ่มไขมันดีและลดไขมันไม่ดี ในระยะแรกอาจเริ่มเดินหรือวิ่งเหยาะๆ วันละ 15 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มเป็นออกกำลังกาย 30 นาที อย่างน้อย 5 ครั้งต่อสัปดาห์
  • เลิกเป็นสายควัน เพราะสารพิษในบุหรี่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรค เช่น นิโคตินมีผลทำให้เกิดการทำลายเยื่อบุผนังหลอดเลือดชั้นในของหลอดเลือดแดง คาร์บอนมอนอกไซด์จะทำลายคุณสมบัติในการเป็นพาหนะนำออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยเป็นผลให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น
  • รู้จักปล่อยวาง เพราะสภาพจิตใจที่โศกเศร้ามีความเครียดเรื้อรังเป็นเวลานานติดต่อกันมีผล แค่เลี่ยงอาหารเหล่านี้ ก็เท่ากับคุณช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

เริ่มต้นลด ละ เลี่ยง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันทีเล็กทีละน้อย จะได้ช่วยยืดอายุหัวใจให้อยู่กับคุณไปได้นานๆ ลดความเสี่ยงการเกิดกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดได้แน่นอน

คุณดูแลสุขภาพหัวใจตัวเอง อย่างไร?
เลี่ยงของทอด ให้ได้มากที่สุด
ออกกำลังกายเป็นประจำ
ตรวจสุขภาพหัวใจทุกปี
หมั่นเช็กสัญญาณป่วยจากร่างกาย
ลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรค
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ