ลดดอกเบี้ยนโยบาย

ส่งผลกับเงินของเราไหม

article_money_default

บทความการเงิน

แชร์

“ดอกเบี้ยนโยบาย” นั้นสำคัญไฉน มีผลกับคนทั่วไปอย่างเราหรือไม่? ถ้ากำลังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ จะได้รับผลกระทบไปด้วย หรือเปล่า? ขีดเส้นใต้ตัวหนาๆ ว่า ยิ่งใครกำลังจะยื่นกู้เงินธนาคารหาเงินก้อนมาเสริมทัพธุรกิจ ยิ่งต้องรู้จัก “ดอกเบี้ยนโยบาย” 

“ดอกเบี้ยนโยบาย” คืออะไร? 

ดอกเบี้ยนโยบายเป็น “อัตราดอกเบี้ย” ที่ประเทศไหนๆ เค้าก็มีกัน รวมถึงประเทศไทยก็ด้วย โดยดอกเบี้ยนโยบายเป็นดอกเบี้ยที่ “ธนาคารกลาง” หรือธนาคาร แห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) ที่มีคณะกรรมการนโยบายการเงิน กำหนดดอกเบี้ยกลางขึ้น เพื่อใช้เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (เป็นเหมือนดอกเบี้ยขั้นต่ำ) มีผลต่อการขับเคลื่อน ควบคุม รักษาสมดุลของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

แต่ดอกเบี้ยนโยบาย มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น - ปรับลดลง ตามการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจของประเทศในขณะนั้น แต่อย่างไรก็ตามดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง ก็แตกต่างกันไปตามนโยบายขององค์กร และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารมักสูงกว่าดอกเบี้ย นโยบายที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดขึ้น

“ลดดอกเบี้ยนโยบาย” = ทำไม “ธนาคารต้องลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้” ?

ธนาคารปรับลดดอกเบี้ยตามนโยบาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น หรือเพื่อให้คนกู้เงินมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่ม เมื่อคนมีเงินมากขึ้น เงินเฟ้อขึ้น เศรษฐกิจโตมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั่นเอง

ว่าที่ลูกหนี้ก็จะยิ้มๆ หน่อยในช่วงนี้ เพราะเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.75% ลงมาอยู่ที่ 1.50% ส่งผลให้หลายธนาคารทยอยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามๆ กัน เพื่อตอบ รับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก - ขนาดกลาง ที่ต้องการกู้เงินไปลงทุน และช่วยแบ่งเบาภาระการผ่อนชำระหนี้ให้ลูกหนี้ในช่วงเวลานึงอีกด้วย

รู้จักอัตราดอกเบี้ย MOR และ MRR?

เมื่อดอกเบี้ยของธนาคารส่วนใหญ่ ประกาศลดตามดอกเบี้ยนโยบาย สิ่งที่ไม่ควรพลาด ต้องทำความรู้จักไว้เลยก็คือ

  • ดอกเบี้ย MOR = Minimum Overdraft Rate เป็นดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ เรียกเก็บ จากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี
  • ดอกเบี้ย MRR = Minimum Retail Rate คือดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี อาทิ สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล 

ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับต้นทุน ประกาศของ “ธนาคารแต่ละแห่ง” ตามช่วง เวลาต่างๆ โดยที่คุณสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารหรือเจ้าหน้าที่ธนาคาร ก่อนยื่นขอสินเชื่อใดๆ

“ลดดอกเบี้ยนโยบาย” ใครได้ VS ใครเสีย

ใครได้ประโยชน์

  • ลูกหนี้สินเชื่อบ้าน มีแผนที่จะกู้เงินอยู่ หากทำสัญญาดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate) จะทำให้ภาระหนี้สินที่ต้องจ่ายลดลงตามดอกเบี้ย
  • คนที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านในช่วงนี้ก็เป็นโอกาสดี พราะทำให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ลดน้อยลง
  • นักลงทุนที่จะกู้เงินมาลงทุน ธุรกิจ SME จ่ายดอกเบี้ยถูกลง ต้นทุนในการผลิตและบริหารจัดการต่ำลง
  • มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น กระตุ้นการจับจ่ายซื้อของ
  • ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง กระตุ้นการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ

ใครเสียประโยชน์

  • ดอกเบี้ยเงินฝากลดลง ทำให้คนฝากเงินกับธนาคารลดน้อยลง
  • ดอกเบี้ยจากการซื้อพันธบัตรและตราสารหนี้ ที่มีผลตอบแทนเป็นอัตราลดน้อยลง
  • มีโอกาสเกิดอัตราเงินเฟ้อ สินค้าขึ้นราคา ตามความต้องการสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ หากใครเป็น ดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ ที่มักเป็นสัญญากู้ซื้อรถ ก็จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกหนี้ชั้นดีหรือมีแผนจะยื่นขอสินเชื่อใดๆ การติดตามข่าวสารอยู่เสมอ จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินระยะยาวได้มากกว่าและได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเดิม เพราะ ดอกเบี้ยนโยบายมีโอกาสปรับเปลี่ยนขึ้น - ลงก็ได้ตามสภาวะเศรษฐกิจนั่นเอง
คุณคิดว่าข้อดีของการ “ลดดอกเบี้ยนโยบาย” คืออะไร?
ทำให้มองหาช่องทางการลงทุนใหม่ๆ มากขึ้น
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านลดลง
ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซื้อขายคล่องตัว
หุ้นที่ซื้อไว้ มีโอกาสทำกำไรมากขึ้น
มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจ เพราะเป็นช่วงที่เหมาะกับการขอสินเชื่อ
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ