สมาธิสั้น

    รู้จักโรค “สมาธิสั้น” และแนวทางแก้ไข

    รู้จักโรค “สมาธิสั้น” และแนวทางแก้ไข

    โรคสมาธิสั้นเป็นโรคที่เราได้ยินกันมานานและมักจะใช้เรียกกับเด็กที่อยู่ไม่สุข ไม่ตั้งใจเรียน ทำงานไม่เสร็จ ชอบเล่นรุนแรง ดื้อ ต่อต้าน ซึ่งจริงๆ แล้วโรคสมาธิสั้นนี้นอกจากจะแสดงให้เห็นออกมาได้ชัดเจนในเด็กวัย 4-5 ปี แล้ว มันยังมีอะไรอีกมากมายแอบแฝงและรอให้เราไปทำความเข้าใจอยู่

    โรคสมาธิสั้นเกิดจากอะไร

    โรคสมาธิสั้นเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนหน้า (Frontal Cortex) รวมทั้งปัจจัยทางกรรมพันธุ์และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ขณะที่อยู่ในครรภ์ ก็อาจส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของสารเคมีที่เป็นสารสื่อประสาท ที่เป็นตัวควบคุมสมาธิของเด็กในท้องนั่นเอง ซึ่งความเชื่อที่ว่าการเลี้ยงลูกแบบผิดๆ หรือปล่อยให้เด็กดูทีวีเป็นเวลานานนั้นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยประกอบที่ทำให้เด็กสมาธิสั้นได้

    โรคสมาธิสั้นส่งผลอย่างไรกับการใช้ชีวิต

    สำหรับเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นนั้นจะมีอาการอยู่ไม่สุข หุนหันพลันแล่น ขาดสมาธิ มีปัญหาการเรียน ซึ่งอาจจะกระทบต่อการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆ อีกด้วย เช่น ขาดความมั่นใจในตัวเอง และทำมีปัญหากับเพื่อนร่วมชั้นได้ นอกจากนี้  โรคสมาธิสั้นยังมีโอกาสที่จะส่งผลกระทบในระยะยาว เช่น เด็กติดสารเสพติด หรือก่อปัญหาอาชญากรรมได้เลย เพราะฉะนั้น ถ้าเห็นว่าลูกของคุณที่อายุ 3 ปีขึ้นไป กำลังมีพฤติกรรมดังกล่าวที่ว่ามาก็ให้รีบเข้าพบหรือขอคำปรึกษาจากกุมารแพทย์ใกล้บ้านทันที

    วิธีรักษาโรคสมาธิสั้น

    การรักษาเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. การปรับพฤติกรรม และ 2. การรักษาด้วยยา

    • การปรับพฤติกรรม เป็นการกำหนดข้อตกลงเบื้องต้นกับพฤติกรรมดี ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีแรงจูงใจ เวลาที่เด็กทำดี ก็ให้คมชมแบบต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งการปรับพฤติกรรมนั้นต้องใช้เวลานาน ทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ซึ่งแพทย์จะคอยให้คำปรึกษาและบอกถึงวิธีในแต่ละขั้นตอน
    • การรักษาด้วยยา ปัจจุบันมียาที่สามารถใช้รักษาโรคสมาธิสั้นได้ ซึ่งเห็นผลรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย และใช้งานคู่กับการปรับพฤติกรรมได้ด้วย แต่วิธีนี้จะใช้เป็นวิธีสุดท้าย หลังจากที่การปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวใช้ไม่ได้ผล

    พ่อแม่จะดูแลอย่างไรเมื่อลูกสมาธิสั้น

    แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้ลูกรักต้องมีอาการหรือเป็นโรคสมาธิสั้นแน่ๆ แต่เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องอธิบายกับลูกถึงความจำเป็นในการรักษาและการทานยา ไม่ควรโอ๋มากเกินไป หรือให้สิทธิพิเศษกับเด็ก เพราะจะทำให้เค้าขาดทักษะการใช้ชีวิตที่จำเป็น ซึ่งอาจเกิดปัญหาระหว่างพี่น้องได้ และที่สำคัญเลยก็คือ อย่าปล่อยให้เด็กอยู่กับเทคโนโลยีตามลำพังเป็นเวลานานเกินไป

    สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลและรักษาเด็กที่มีปัญหาโรคสมาธิสั้นก็คือ ความเข้าใจ ผู้ปกครองต้องหมั่นให้คำแนะนำและอยู่เคียงข้างเขา คอยให้กำลังใจ ปลอบโยน และให้คำชม เพื่อให้เด็กรับรู้ได้ว่าพฤติกรรมไหนที่ดีและควรทำ นอกจากนี้ ยังต้องให้คำอธิบายกับพี่น้องและคนในครอบครัว ถึงการลดตัวกระตุ้นอารมณ์ด้วย เช่น งดการเล่นรุนแรง หรืองดการล้อเลียนเกี่ยวกับโรคสมาธิสั้น เพื่อให้เด็กไม่รู้สึกถึงปมด้อย และรักษาโรคสมาธิสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    สมัครรับบทความดีๆ
    ทุกสัปดาห์

    ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE