รายจ่าย “ฉุกเฉิน” ที่ส่งผลกระทบกับเงินออมของคุณได้ตลอดเวลา

article_money_default

บทความการเงิน

แชร์

รายจ่าย ฉุกเฉิน ที่ส่งผลกระทบกับเงินออมของคุณได้ตลอดเวลา

หลายคนคงลืมไปว่าในชีวิตประจำวัน ไม่ได้มีเพียงรายรับและรายจ่ายที่ควบคุมได้เท่านั้น แต่ยังมีรายจ่ายฉุกเฉินหรือรายจ่ายที่เกิดขึ้นโดยที่คุณคาดไม่ถึง ซึ่งเป็นสาเหตุของรายจ่ายก้อนโต และหากไม่ได้เตรียมพร้อมด้านการเงินเพื่อรับมือไว้ให้ดีหรือไม่มีเงินเก็บออมสำรอง ก็มีโอกาสที่จะขาดสภาพคล่องทางการเงิน ส่งผลกับเงินออมที่ตั้งใจเก็บไว้ในอนาคตอย่างแน่นอน

เริ่มวางแผนรับมือกับค่าใช้จ่าย “ฉุกเฉิน” ตั้งแต่วันนี้

1. ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน

แม้จะมีสิทธิ์รักษาพยาบาลจากประกันสังคม ประกันกลุ่มของบริษัท หรือบัตรทอง แต่อย่าลืมว่าโรคบางชนิดหรือการเจ็บป่วย การผ่าตัดในบางกรณี ก็ไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เต็มจำนวน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้าน ซึ่งจะทำให้คุณต้องตัดใจนำเงินเก็บที่ออมไว้สำหรับอนาคตออกมาใช้เป็นค่ารักษาตัว วิธีลดความเสี่ยงจากรายจ่ายฉุกเฉิน: ควรออมเงินสำรองไว้เพื่อดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ และเลือกลดความเสี่ยงค่ารักษาพยาบาลด้วยประกันชีวิตคุ้มครองสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติม หรือประกันชีวิตคุ้มครองมะเร็ง ให้ความคุ้มครองโรคมะเร็งหรือประกันชีวิตแบบชดเชยรายได้ ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินในวันที่เจ็บป่วย

2. ค่ารักษาสุขภาพของพ่อแม่ หรือลูกน้อย

ในฐานะผู้นำครอบครัว จึงเลี่ยงรายจ่ายเพื่อดูแลคนรอบข้างไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงวัยกลางคน ที่ต้องดูแลพ่อแม่ที่เริ่มแก่ตัวและอาจมีโรคประจำตัวมากขึ้น หรือหากมีลูกก็ยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพของลูกอีกมากมาย เพราะเด็กมักเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุได้บ่อยครั้ง วิธีลดความเสี่ยงจากรายจ่ายฉุกเฉิน: ควรเตรียมพร้อมรับมือกับรายจ่ายฉุกเฉินในส่วนนี้ ด้วยการวางแผนการเงินระยะยาว ตั้งกองทุนสุขภาพเพื่อเก็บเงินสะสมไว้เป็นค่ารักษาพยาบาล หรือแบ่งเบาค่าใช้จ่ายด้วยการทำประกันสุขภาพให้คนในครอบครัว

3. ค่าบำรุงรักษาบ้าน และรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์

เมื่อมีทรัพย์สินแล้ว สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ก็คือค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทั้งที่กำหนดระยะเวลาได้และกำหนดระยะเวลาไม่ได้ เช่น ค่าประกันภัย ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าตรวจเช็คระยะรถยนต์ประจำปี เป็นต้น โดยคุณสามารถลดความรุนแรงของความเสียหายจากหนักให้เป็นเบาได้ดังนี้ วิธีลดความเสี่ยงจากรายจ่ายฉุกเฉิน : กรณีบ้านพักและที่อยู่อาศัย ควรหมั่นตรวจสภาพอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่เสมอ เพื่อป้องกันปัญหาร้ายแรง ที่อาจเกิดกับโครงสร้างหลักของบ้าน เช่น
  • สังเกตและตรวจสอบห้องน้ำและก็อกน้ำเป็นประจำว่ามีความสมบูรณ์ตามปกติ ไม่มีรอยรั่วซึมที่กระทบกับโครงสร้างของบ้าน
  • ตรวจสอบการทำงานของเครื่องทำน้ำอุ่นอยู่เสมอว่าไม่มีปัญหาไฟฟ้ารั่วหรือสายดินขาดชำรุด
  • ตรวจสอบสภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าและสายไฟ ว่ามีสภาพสมบูรณ์หรือไม่
และควรสำรองเงินไว้ใช้จ่ายในส่วนนี้ อย่างน้อย 10% ของรายได้ สำหรับการดูแลรักษาบ้าน ซ่อมบำรุงบ้านหรือภายในบ้านให้คงสภาพเดิมไว้และไว้ใช้ซ่อมบำรุงบ้านในอนาคต กรณีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ควรหมั่นตรวจเช็คสภาพอุปกรณ์ตามระยะ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นการบำรุงและยืดอายุการใช้งานรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ของคุณด้วย เช่น ตรวจเช็คสภาพยางและดอกยาง ตรวจเช็คผ้าเบรก เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ยางปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ และควรสำรองเงินไว้อย่างน้อย 5-10% ของมูลค่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายใช้ซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่ายสำหรับเบี้ยประกันภัยและพรบ. ในแต่ละปี

4. ขาดรายได้กะทันหัน

ไม่ว่าคุณจะทำงานประจำ ทำอาชีพอิสระ หรือทำธุรกิจส่วนตัว ความเสี่ยงหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ สภาวะขาดรายได้แบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าสาเหตุใดที่ทำให้คุณขาดรายได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนก็คือ รายจ่ายที่คงที่จะกระทบต่อแผนการออมของคุณ จนต้องนำเงินเก็บออกมาใช้ หรืออาจต้องกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้ต่างๆ เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายของตัวเองและครอบครัว วิธีลดความเสี่ยงจากรายจ่ายฉุกเฉิน: ควรวางแผนออมเงินโดยตั้งกองทุนเงินสำรองฉุกเฉินให้ครอบคลุมรายจ่าย 6 - 12 เดือน โดยเก็บออมเงินส่วนนี้แยกจากเงินออมส่วนอื่นๆ เพื่อรักษาแผนการออมเพื่ออนาคต และรักษาสภาพคล่องในการใช้จ่ายระหว่างที่คุณกำลังรับมือกับภาวะขาดรายได้หรือว่างงาน ซึ่งเป็นการควบคุมความเสียหาย ลดความเสี่ยงจากดอกเบี้ยกู้ยืม ในระหว่างที่คุณกำลังกู้สถานการณ์จากการขาดรายได้หรือหางานทำ
ไม่มีใครอยากให้ภาวะฉุกเฉินเกิดขึ้นกับตัวเองและครอบครัว การวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์จะเป็นวิธีที่ช่วยลดสภาวะตึงเครียดและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านการเงินจากหนักให้กลายเป็นเบา
อะไรคือความกังวลของคุณ หากเกิดรายจ่ายฉุกเฉิน
มีเงินไม่พอจ่ายหนี้สินที่มีอยู่
ครอบครัวต้องลำบาก เพราะขาดสภาพคล่อง
กระทบกับแผนเกษียณในอนาคต
เจ็บป่วยจนขาดรายได้
ค่าใช้จ่ายในการดูแลคนในครอบครัว
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ