รับมือไข้หวัดใหญ่ระบาดหน้าฝน

เด็กเสี่ยงสูงพบป่วยเพียบ

article_health_default

บทความสุขภาพ

แชร์

ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนักอีกครั้งในเดือนนี้! พบป่วยแล้ว 186,818 คน และเสียชีวิตแล้ว 14 คน คาดยอดผู้ป่วยปีนี้พุ่งถึง 2 แสน หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และเด็กเสี่ยงสูง ต้องป้องกัน

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) แบ่งเป็น 3 ชนิด ที่พบมากที่สุด คือ ชนิด A (H1N1 และ H3N2) รองลงมาคือ ชนิด B และ C โดยมีกลุ่มเสี่ยง คือ เด็กเล็ก อายุ 0-4 ปี เด็กวัยเรียนอายุ 5-14 ปี ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และผู้สูงอายุ ยิ่งในช่วงหน้าฝน และเปิดเทอมแบบนี้ การกระจายของโรคยิ่งมากขึ้น เรามาทำความรู้จักไข้หวัดใหญ่ อาการของโรค แนวทางป้องกัน และวิธีการรักษา

โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากอะไร? 

  • ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่พบกันมานานแล้ว แต่เนื่องจากเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ตลอดเวลา ทำให้คนที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ไปแล้วสามารถป่วยได้อีกถ้าเชื้อมีการเปลี่ยน แปลงไป แต่อาการมักจะไม่รุนแรง เนื่องจากเรามีภูมิคุ้มกันอยู่บ้าง
  • ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หรือสายพันธุ์ 2009 เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ชนิด เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเชื้อไวรัส H1N1 เดิมมาก ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการระบาดหรือ ติดเชื้อเป็นวงกว้าง ดังจะเห้นตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์หรือตามโทรทัศน์ ซึ่งเชื้อนี้มีระบาดไปในแทบทุกประเทศทั่วโลกในเวลาอันสั้น แต่โชคดีที่ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ มีความรุนแรงต่ำ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายเองได้

อาการของผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่

  • การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่จะคล้ายกับไข้หวัดทั่วไป กล่าวคือ ติดต่อโดยการหายใจเอาละอองน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วยที่ไอ หรือ จาม และการสัมผัสมือ หรือการใช้สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ร่วมกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ โทรศัพท์ ของเล่น รีโมตโทรทัศน์ เมื่อใช้มือมาขยี้ตา แคะจมูก เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกายของเราได้โดยง่าย อาการส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง เป็นอยู่ประมาณ 3-5 วัน ซึ่งบางครั้งจะคล้ายโรคไข้หวัดธรรมดา แต่ท้ายที่สุด อาการก็จะหายไปเองได้
  • กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดใหญ่รุนแรงคือ กลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคอ้วน และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ หากอาการไม่ดีขึ้นใน 3 วัน เช่น ไข้สูงติดกันเกินกว่า 39-40 องศาเซลเซียส ไข้สูงมากจนเพ้อ ซึม หายใจหอบหายใจลำบาก เจ็บแน่นหน้าอก หน้ามืด มีอาการขาดน้ำและดื่มน้ำไม่เพียงพอ ควรรีบไปพบแพทย์เพราะอาจเกิด ภาวะแทรกซ้อนของโรค เช่น โรคปอดอักเสบ และโรคสมองอักเสบ จึงควรพบแพทย์ทันทีเมื่อทราบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ 

การรักษา และป้องกันการแพร่กระจาย

  • หากมีอาการไม่มากอาจจะดูแลเองที่บ้านและรักษาตามอาการ เช่น เมื่อมีไข้สูงให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว และใช้ยาลดไข้พาราเซตามอล หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่มแอสไพริน หรือถ้ามีน้ำมูกให้ใช้ยาลดน้ำมูกและยาละลายเสมหะ ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารอ่อนๆ และให้นอนพักมากๆ งดการออกกำลังกาย
  • ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัส โดยเฉพาะ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรครุนแรง แพทย์จะพิจารณาให้การรักษาเป็นรายๆ ไป ในรายที่มีอาการรุนแรงหรือมีปอดบวมจำเป็นต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล
  • ผู้ป่วยควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อลดการแพร่ กระจายของละอองฝอยจากการไอ จาม เมื่อสัมผัสกับทางเดินหายใจหรือตามเยื่อบุต่างๆ เช่น เยื่อบุตา จะทำให้เชื้อเข้า สู่ร่างกายและเป็นโรคได้
  • ทุกคนควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หลีกเลี่ยงการใช้มือ สัมผัสหน้า ตา จมูกโดยไม่จำเป็นเพราะเป็นทางแพร่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย ถ้าเรา ปฏิบัติได้ดังนี้จะช่วยลดการติดต่อของโรคได้มาก
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนหนาแน่น หากป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน พักรักษาตัวอยู่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของโรคไปสู่คนอื่น
  • ฉีดวัคซีน ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ แต่เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลง ตัวเองตลอดเวลา ดังนั้นวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จึงมีการเปลี่ยนทุกปีตามเชื้อ ที่เปลี่ยนไป คนที่เสี่ยงต่อโรคนี้จึงควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพื่อให้ได้ผลดีในการป้องกันโรคมากที่สุด
  • ทำประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายที่มีวงเงินครอบคลุมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก จะได้คลายกังวลเรื่องค่ารักษาลงไปได้

ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ส่วนมากจะหายได้เอง แต่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่เป็นโรคอ้วน เป็นต้น อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม หายใจลำบาก และอาจทำให้เสียชีวิตได้ หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์ทันที

ขอบคุณข้อมูล: สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ปี 2562 ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 3 กรกฏาคม 2562 กรมควบคุมโรคติดต่อ

หากพบมีไข้อาการใดต่อไปนี้เสี่ยงต่อไข้หวัดใหญ่?
ไข้สูงเฉียบพลันเกินกว่า 39-40 องศาเซลเซียส
3-4 วันแล้วไข้ไม่ลด
หนาวสั่นสะท้าน
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียมาก
เบื่ออาหาร
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ