ฟรีแลนซ์ ต้องคิดถึงอะไรบ้าง

5 ข้อต้องรู้ ก่อนเปลี่ยนชีวิตเป็นฟรีแลนซ์

article_money_default

บทความการเงิน

แชร์

คำว่า “อิสระ” เป็นทั้ง “ข้อดี” และ “กับดัก” ของการเป็นฟรีแลนซ์ ก่อนตัดสินใจออกจากวงจรมนุษย์เงินเดือน อย่าลืมที่จะชั่งน้ำหนักให้ดีก่อน ว่ามีทางออกหรือมีตัวช่วยอะไรรองรับเราอยู่

แชร์ประสบการณ์ของคนที่ตัดสินใจออกจากเส้นทางของพนักงานประจำ สู่หนทางฟรีแลนซ์หรืออาชีพอิสระแบบเต็มตัว กว่าจะมาถึงวันนี้ได้เรียนรู้อะไรมาบ้าง

  1. เงินสำรองฉุกเฉิน ต้องบริหารให้ดี และเพียงพอ
    การมีเงินสำรองฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก โดยทั่วไปควรมีเงินสำรองฉุกเฉินครอบคลุมค่าใช้จ่ายรายเดือน 3-6 เดือน แต่สำหรับอาชีพฟรีแลนซ์ ควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน 6-12 เดือน โดยควรเก็บเงินก้อนนี้ไว้ในที่ที่มีความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง เช่น ฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ หรือเก็บเป็นเงินสด เพราะถอนได้หมด เงินต้นไม่ลดหายไปไหน (อาจจะโดนเงินเฟ้อนิดหน่อย)
    ช่วงไหนที่เกิดงานหาย รายได้หดก็สามารถนำเงินก้อนนี้ออกมาใช้ได้ เพราะฉะนั้นอย่ามองข้ามเงินสำรองฉุกเฉินเป็นอันขาด เพราะถึงแม้ตอนนี้อาจจะดูไม่สำคัญ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องการจะเป็นสุดยอดตัวช่วยชีวิตเลย 
  1. ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุสำคัญมาก
    เมื่อเราออกมาทำอาชีพอิสระแบบเต็มตัว สิ่งที่จะหายไปอย่างแน่นอนเลยก็คือ สวัสดิการสุขภาพที่เคยได้รับจากบริษัท หากเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ก็ไม่สามารถเบิกค่ารักษาได้อีกต่อไป ดังนั้นประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก สำหรับอาชีพฟรีแลนซ์ เพราะจะเป็นตัวช่วยที่ช่วยบริหารความเสี่ยง และยิ่งถ้าหากเราเกิดเจ็บป่วยต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทำให้ไม่สามารถที่จะทำงานได้ ขาดรายได้ อาจจะลองมองหาประกันชดเชยรายได้เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

    ประกันเพราะห่วงใย ให้ชดเชย ประกันชดเชยรายได้ แบบมีเงินคืนทุกปี
    เลือกจ่ายแบบเดือนละ 1,000 บาท และ 3,000 บาท

    คลิก


    นอกจากนี้อาชีพฟรีแลนซ์ยังมีประกันสังคมที่สามารถช่วยคุณได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งสามารถขอรับสิทธิ์ได้ตามประกันสังคมมาตรา 40 ที่สามารถสมัครได้ที่ สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ สมัครผ่านเว็บไซต์
    คลิกที่นี่
    สำหรับใครที่ประกันสังคมมาตรา 40 และยังไม่เคยขอประกันสังคมมาตรา 39 ก็สามารถขอสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ “บัตรทอง ได้ด้วยนะ เพื่อที่จะช่วยบรรเทาค่ารักษาพยาบาลได้เช่นกัน โดยสิทธิประกันสังคมและสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีข้อจำกัด คือ ต้องเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลตามที่ได้เลือกไว้เท่านั้น (ยกเว้นกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติภายใน 72 ชั่วโมง สามารถรักษาตัวในโรงพยาบาลใดก็ได้)

  2. หนี้สิน มีได้แต่ต้องจัดการบริหารอย่างดี
    การมีหนี้สินไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่สิ่งสำคัญเลยก็คือเราต้องจัดการบริหารให้เป็น แน่นอนว่ารายได้ของฟรีแลนซ์ไม่แน่นอน บางเดือนอาจจะมีเยอะ แต่บางเดือนอาจจะมีน้อย แถมรอบเก็บเงินกับลูกค้าอาจจะไม่แน่นอน แต่หนี้สินไม่ว่าจะเป็นระยะสั้น หรือระยะยาว มักมีมาทุกเดือน แถมยังตรงต่อเวลาอีก เราจึงควรมีการจัดการหนี้สินให้ดี โดยควรแบ่งหนี้เป็น 2 ก้อนหลักๆ คือ หนี้ระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งควรจัดแจงให้ชัดเจน โดยเขียนบันทึกไว้ว่าปัจจุบันเรามีหนี้เท่าไร และหนี้ตัวไหนที่เราควรจัดการให้เรียบร้อยก่อน

  3. แหล่งรายได้ต้องพยายามมีมากกว่า 1 แหล่ง
    อย่างที่เรารู้กันว่า อาชีพฟรีแลนซ์ เป็นอาชีพที่เรื่องงานไม่แน่นอน การมีแหล่งรายได้มากกว่า 1 ช่องทาง จึงเป็นหนึ่งในการช่วยบริหารความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น โดยอาจจะเลือกงานหลายรูปแบบ หลายช่องทาง ตามความถนัดของตัวเราเอง
    รู้หรือไม่ว่า อาชีพฟรีแลนซ์การมีคอนเนกชันดี ถือว่ามีชัยไปมากกว่าครึ่ง เพราะนอกจากจะหางานง่ายแล้ว ยังทำให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าการที่หางานจากเว็บไซต์หางานอีกด้วย และถ้าหากผลงานดี มีคุณภาพก็จะเกิดการพูดปากต่อปาก ทำให้สามารถได้งานง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นจึงควรรักษามาตรฐานของงานตัวเองไว้เสมอ

  4. วางแผนเรื่องภาษีให้ลงตัว
    นอกจากจะต้องจัดสรรเรื่องงานและเรื่องเงินออมให้ดีแล้ว ต้องวางแผนเรื่องภาษีให้ลงตัวด้วย อันดับแรกต้องรู้ก่อนว่า เงินได้สุทธิต่อปีของคุณเป็นเท่าไร อยู่ในฐานภาษีไหน หากเงินได้สุทธิต่อปีไม่เกิน 150,000 บาท ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี (เงื่อนไขตามข้อกำหนดของสรรพากร) ก็ไม่จำเป็นต้องหาวิธีมาลดหย่อนภาษี แต่ถ้าจะซื้อผลิตภัณฑ์ทางเงินเพื่อเป็นตัวช่วยในการออมเงิน หรือคุ้มครองสุขภาพอันนี้เราว่าดี แต่ต้องเหมาะสมกับรายได้ด้วยนะ แต่หากเงินได้สุทธิต่อปีและฐานภาษีของคุณสูง การวางแผนหาตัวช่วยลดหย่อนที่เหมาะสมจะทำให้คุณบริหารภาษีได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด

นอกจากนี้แล้ว คอยติดตามข่าวว่าในแต่ละปีมีประกาศตัวช่วยลดหย่อนภาษีอะไรเพิ่มเติม แล้วอย่าลืมเก็บใบกำกับภาษีไว้ด้วย หรือจะหาซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อนำมาลดหย่อนภาษี ประกันออมทรัพย์ หรือแม้แต่ประกันสุขภาพที่นอกจากจะได้ออมแล้วยังได้ความคุ้มครอง รวมทั้งลดหย่อนภาษีได้อีกด้วยและอย่าลืมที่จะกันเงินประมาณ 30% ของรายได้ไว้ เพื่อสำรองจ่ายภาษีในแต่ละปีด้วยเช่นกัน ป้องกันการไม่มีเงินก้อนชำระภาษีเมื่อใกล้ถึงเวลา

คุณเคยคิดที่จะทำอาชีพฟรีแลนซ์หรือไม่
ปัจจุบันกำลังทำอาชีพนี้อยู่
คิด และกำลังวางแผน
เคยคิด แต่ปัจจุบันไม่ได้สนใจ
ไม่เคยคิดหรือสนใจ
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ