พฤติกรรมเคยชิน...ที่ “เสี่ยง” เป็น “โรคร้าย” ได้แบบไม่รู้ตัว

บทความสุขภาพ

แชร์

พฤติกรรมเคยชิน...ที่เสี่ยงเป็น โรคร้ายได้แบบไม่รู้ตัว

พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นการกิน นอน นั่ง เดิน ทำงาน มีทั้งที่ส่งผลดีกับตัวเองและเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ ได้ โดยเฉพาะการทำพฤติกรรมทำลายสุขภาพซ้ำๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง ที่มีกว่า 200 ชนิดบนโลก มีทั้งที่ไม่แสดงอาการและมีอาการเด่นชัดจนสังเกตได้ ทำให้ผู้ป่วยหลายคนกว่าจะตรวจพบเชื้อมะเร็งก็มีโอกาสลุกลาม รักษายาก ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง และช่วงแรกอาจต้องรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ไปก่อนจนกว่าจะเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาตามคำวินิจฉัยของแพทย์ โดยขั้นตอนรักษาเหล่านี้ ล้วนส่งผลกระทบกับสภาพคล่องทางการเงินได้ เพราะทำงานไม่ได้หรือไม่ได้ทำประกัน จึงไม่มีสิทธิ์รักษาพยาบาลคุ้มครองไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

แต่คุณสามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ ด้วยการเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ

1. หยุดสะสมความเครียด

ความเครียดที่เกิดขึ้นทุกวัน ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไร ล้วนสร้างผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ประสิทธิภาพในการกำจัดสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งลดน้อยลง ก่อให้เกิดโรคมะเร็งในระยะยาวได้แบบไม่ทันตั้งตัว

2. ต้องออกกำลังกายเป็นประจำ

ปัญหาหลักที่พบเจอได้บ่อยในกลุ่มคนทำงาน เจ้าของกิจการที่ทำงานหนัก ทำงานไม่เป็นเวลา เพราะรูปแบบการใช้ชีวิตเหล่านี้ ทำให้ไม่มีเวลาดูแลสุขภาพมากเท่าที่ควร ไม่มีเวลาออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสร้างความสมดุลให้ร่างกาย เสริมสุขภาพให้แข็งแรง และผ่อนคลายจากความตึงเครียด

3. เลิกสูบบุหรี่ หรือ รับควันบุหรี่บ่อยๆ

มีหลายผลวิจัยพบว่า การสูบบุหรี่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียงรวมถึงโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้มากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่เลย หรือแม้แต่คนที่สูดดมควันบุหรี่เข้าไปบ่อยๆ ก็มักได้รับผลกระทบจากสารอันตรายที่อยู่ในควันบุหรี่ไปด้วย เสี่ยงต่อการเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เสี่ยงโรคมะเร็งได้ไม่น้อยไปกว่าคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ

4. เลิกนอนดึก

มีการศึกษากลุ่มคนที่ทำงานหนักพักผ่อนน้อย พบว่า “มีโอกาสเสี่ยง เป็นมะเร็งลำไส้มากกว่าคนที่พักผ่อนอย่างน้อย 7 ชั่วโมงขึ้นไป นั่นเพราะระบบภายในแปรปรวน ระบบย่อยอาหารทำงานไม่เต็มที่ เกิดการสะสมของไขมันชนิดไม่ดีในปริมาณมาก” ทั้งยังขัดขวางไม่ให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนดีที่มีส่วนช่วยต้านเซลล์มะเร็ง เช่น ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนฮอร์โมนซีโรทีนิน ฮอร์โมนเอ็นโดฟิน

5. อย่าอั้นอุจจาระ / กลั้นปัสสาวะ

เพราะร่างกายคนเราต้องมีการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทุกวัน ดังนั้น เมื่อเกิดอาการปวดอุจจาระหรือปวดปัสสาวะขึ้น แต่ไม่มีการขับถ่ายออกไป จะทำให้ของเสีย เชื้อโรคสะสมอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะชนิดเรื้อรัง นำไปสู่การเป็นนิ่ว เติบโตเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะในอนาคต หากรักษาไม่ทันท่วงที

6. ลดปาร์ตี้หนัก

หรือการอยู่ในสถานที่แออัด เต็มไปด้วยสารเคมี เช่น ควันบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอลล์ ซึ่งล้วนมีผลเสียต่อปอด ตับ ไตและส่งผลให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ สุ่มเสี่ยงต่อการได้รับสารก่อมะเร็งเข้าไปสะสมไว้ในร่างกายอย่างไม่รู้ตัว และมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งช่องปากและมะเร็งคอหอยได้อีกด้วย

7. งดอาหารปิ้งย่าง / กินเนื้อแดง

อาหารจำพวกปิ้งย่าง เนื้อรมควัน อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน รวมทั้งเนื้อแดงที่ผ่านการฉีดเร่งฮอร์โมน เป็นกลุ่มอาหารที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหาร เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา โดยเฉพาะเนื้อแดง เนื้อหมัก หากนำมาผ่านการปิ้ง ย่าง อาจเกิดสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการเผาไหม้ ทำให้ผู้ที่รับประทานอาหารในกลุ่มนี้บ่อยๆ เสี่ยงต่อการสะสมสารก่อมะเร็งทีละเล็กทีละน้อย และมีโอกาสพัฒนาเป็นเซลล์ผิดปกติอย่างมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ ในที่สุด จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งของผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย ลักษณะการใช้ชีวิต ซึ่งหากยังมีพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งเหล่านี้อยู่ เท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสให้เชื้อมะเร็งเติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ การเริ่มต้นแบ่งเวลาหันมาใส่ใจสุขภาพตั้งแต่ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไป หรือหากมีการเจ็บป่วยเรื้อรังเกิดขึ้นกับร่างกายเป็นเวลานานๆ ก็ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเพื่อการรักษาได้ทันเวลา และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำสำหรับคนที่สุขภาพแข็งแรงดี
ควบคู่กับการเตรียมพร้อมรับมือโรคมะเร็งไว้ ด้วยการทำประกันสุขภาพหรือประกันมะเร็ง ช่วยเพิ่มความคุ้มครองให้ตัวเอง เผื่ออนาคตเกิดเหตุไม่คาดคิด ตรวจพบมะเร็งระยะไหนก็ยังสบายใจ เพราะสามารถเคลมค่ารักษากับประกันที่มีอยู่ และเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ภายในเงื่อนไขที่กำหนด
พฤติกรรมใดที่คุณอยากเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในปีนี้?
นอนไม่เป็นเวลา
กินอาหารฟาสต์ฟู้ด
ไม่แบ่งเวลาไปออกกำลังกาย
กลั้นปัสสาวะเวลาทำงาน
ปาร์ตี้ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ