ประกันชีวิต VS ประกันสุขภาพ ต่างกันตรงไหน รู้ให้ชัดก่อนตัดสินใจซื้อ

article_insurance_default

บทความประกันชีวิต

แชร์

ทุกครั้งก่อนที่ใครหลายคนจะตัดสินใจซื้อ “ประกัน” อาจตั้งคำถามในทำนองที่ว่า...

  • ประกันชีวิต กับ ประกันสุขภาพ ต่างกันไหม?
  • ถ้าต่างกันแล้ว…มันต่างกันอย่างไร?

หากตอบแบบกำปั้นทุบดิน...คำตอบก็คือ “ต่างกัน” ซึ่งตารางด้านล่างนี้จะอธิบายความแตกต่างในแต่ละมิติ เพื่อให้คุณตัดสินใจซื้อประกันได้อย่างแม่นยำ และตรงกับความต้องการมากที่สุด

ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ
ความคุ้มครอง - คุ้มครองกรณีเสียชีวิตเท่านั้น - คุ้มครองกรณีที่ผู้เอาประกันเจ็บป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ ตามแต่เงื่อนไขในสัญญา
วัตถุประสงค์ ในการทำประกัน - เพื่อเป็นหลักประกันให้กับครอบครัวในกรณีที่ผู้ทำประกันเสียชีวิต - สร้างความอุ่นใจและความมั่นคงให้กับคนในครอบครัว ให้มีเวลาตั้งหลัก มีเงินก้อนใช้จ่าย ไม่ลำบากในช่วงที่ยังตั้งหลักอยู่

เนื่องจากการเสียชีวิตของบุคคลสำคัญในครอบครัวจะส่งผลกระทบต่อการเงินของครอบครัวอย่างมาก
- แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเวลาที่ต้องรักษาตัวจากการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย

เพื่อที่จะได้ไม่ต้องนำเงินเก็บออมส่วนอื่นๆ ที่เก็บเพื่อให้ตนเองและครอบครัว มาใช้ในการรักษาพยาบาล

รูปแบบสัญญาและการชำระเบี้ย - ประกันชีวิตแทบทุกประเภทจะมีมูลค่าเงินสดซึ่งสะสมอยู่ในกรมธรรม์ (ยกเว้นแบบชั่วระยะเวลา) - กำหนดระยะเวลาชำระเบี้ยและระยะเวลาคุ้มครองที่ชัดเจน

เนื่องจากประกันชีวิตจะเป็นสัญญาระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาชำระเบี้ยและความคุ้มครองแน่นอน ต่างจากประกันสุขภาพที่เป็นสัญญาปีต่อปี ไม่ได้มีกำหนดว่าต้องชำระเบี้ยกี่ปี

ยกเว้น เงื่อนไขของประกันสุขภาพที่ถูกออกแบบเป็น package ทำร่วมกับประกันชีวิตเป็นแบบสำเร็จรูป โดยกำหนดว่าต้องชำระเบี้ย "อย่างน้อย" กี่ปี

- ประกันสุขภาพเป็นการชำระเบี้ยประกันภัยซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายปีต่อปี ไม่มีมูลค่าเงินสดสะสมอยู่ในกรมธรรม์ - ประกันสุขภาพเป็นสัญญาปีต่อปี

หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่าประกันชีวิตที่มีประกันสุขภาพ มีที่มาจาก 2 รูปแบบคือ
1. ซื้อโดยเลือกประกันชีวิตก่อนแล้วค่อยเลือกประกันสุขภาพมาเพิ่มเติมเข้าไป หรือ
2. ซื้อแบบประกันชีวิตพร้อมความคุ้มครองสุขภาพแบบสำเร็จรูปที่บริษัทประกันกำหนดไว้

อย่างไรก็ตามประกันสุขภาพที่ไม่ได้ซื้อร่วมกับประกันชีวิตก็มีจำหน่ายในท้องตลาดเช่นกัน
การนำเบี้ยประกัน ไปลดหย่อนภาษี - เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ในกรณีที่แผนประกันชีวิตนั้นมีระยะเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป - เบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 - เป็นประกันชีวิตแบบคุ้มครองสุขภาพ ที่อยู่ในเกณฑ์ที่สรรพากรกำหนด ได้แก่ 1. ประกันสุขภาพ ที่คุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เมื่อเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และกรณีสูญเสียอวัยวะ 2. ประกันภัยอุบัติเหตุ ที่ให้ความคุ้มครองการรักษาพยาบาล ทุพพลภาพและสูญเสียอวัยวะ 3. การประกันภัยโรคร้ายแรง เช่น ประกันมะเร็ง ให้ความคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาลเมื่อตรวจพบเจอมะเร็ง 4. ประกันภัยที่ดูแลระยะยาว ที่ให้ความคุ้มครอง กรณีที่ผู้ทำประกันภัย ไม่สามารถทำภารกิจที่จำเป็นต่อการดำเนิน  ชีวิตได้ อย่างน้อย 3 ใน 6 อย่าง อันประกอบด้วย การเปลี่ยนระหว่างนอน และนั่ง, การเดิน, การแต่งกาย , การอาบน้ำ การทานอาหารติดต่อกันไม่น้อยกว่า180 วัน หรือมีคำวินิฉัยรับรองจากแพทย์ชัดเจน โดยประกันจะจ่ายเป็นค่าชดเชยทดแทนแบบรายเดินหรือตามทุนประกันภัยที่ซื้อไว้ และจ่ายต่อเนื่องสูงสุด  24 - 36 เดือน โดยรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป / เงินฝากแบบมีประกันชีวิต ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

หมายเหตุ: *กฎเกณฑ์เรื่องการลดหย่อนภาษีดังกล่าวเป็นไปตามประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้อง (http://www.rd.go.th/) แต่ไม่ว่าจะประกันชีวิต หรือ ประกันสุขภาพ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “เป้าหมายของการซื้อประกัน” เพราะเมื่อเป้าหมายชัดเจน เราจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช่ และตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน
เรื่องไหนที่คุณอยากทำมากที่สุด หลังเกษียณอายุ?
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ