ประกันชีวิตจำเป็นจริงหรือ?

บทความประกันชีวิต

แชร์

ประกันชีวิต จำเป็นจริงหรือ?

“ประกันชีวิต” เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ ให้ความคุ้มครองและให้ผลตอบแทนแตกต่างกันไป แต่หลายคนก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากประกันชีวิตอย่างไรให้คุ้มค่ามากที่สุด? แม้ประกันชีวิตจะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำและช่วยวางแผนอนาคตให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ก็ตาม ซึ่งก่อนจะวางแผนหรือเลือกประกันชีวิตเป็นเครื่องมือช่วยลดความเสี่ยง คุณจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายให้แน่ชัด เพื่อมองหารูปแบบประกันที่ตอบโจทย์ความต้องการได้มากที่สุด ให้ความคุ้มครองเพื่อสร้างความอุ่นใจในการใช้ชีวิตและให้ผลประโยชน์ทันเวลาหรือใกล้เคียงกับช่วงอายุที่คุณต้องการ

รูปแบบการใช้ ประกันชีวิตเป็นเครื่องมือวางแผนอนาคต

1. ใช้ประกันเป็นเครื่องมือช่วยวางแผนทาง การเงิน

ประกันชีวิตมีความเสี่ยงต่ำ มีผลตอบแทนทุกปี [ตามเงื่อนไขกรมธรรม์] ทำให้การวางแผนการเงินทั้ง ระยะสั้นและระยะยาวเป็นจริงได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น คุณอายุ 25 ปี ต้องการวางแผนการเงินเพื่อเกษียณตอนอายุ 60 ปี โดยมีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหลังเกษียณ เดือนละ 30,000 บาท ไปจนถึงอายุ 80 ปี เท่ากับ 30,000 x 12 = ปีละ 360,000 บาท หรือ 7,200,000 บาท ซึ่งหากเริ่มออมตั้งแต่ตอนนี้ จะมีเวลาออมเงินก่อนเข้าสู่วัยเกษียณอีก 35 ปี = 7,200,000 บาท / 35 ปี คุณต้องออมเงินอย่างน้อย 205,715 บาทต่อปี หรือ 17,143 บาทต่อเดือน จึงจะมีเงินตามจำนวนที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่หากคุณเลือกวางแผนทางการเงินด้วย ประกันชีวิตตั้งแต่ตอนนี้ คุณก็มีโอกาสออมเงินด้วยจำนวน้อยลง ได้รับผลตอบแทนทุกปีและรับเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงสูง

2. ใช้ประกันเป็นเครื่องมือสร้างหลักประกันให้ ครอบครัว

เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีรายได้หลักทางเดียว โดยการมีประกันชีวิตที่ทุนประกันครอบคลุมค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป จะช่วยลดภาระทางการเงินของครอบครัว เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น มีรายจ่ายครอบครัว เฉลี่ยอยู่ที่ 26,915 บาท / ต่อเดือน เท่ากับต้องมีประกันชีวิตเพื่อเป็นหลักประกัน ให้กับครอบครัวเดือนละ 26,915 บาท x 5 ปี = 1,614,900 บาท การมีประกันชีวิตจึงช่วยสร้างความมั่นคงและมั่นใจได้ว่าครอบครัวจะเดินต่อไปได้ แม้เกิดเหตุไม่คาดคิด

3. ใช้ประกันเป็นเครื่องมือประกัน สุขภาพ

เพราะการรักษาตัวแต่ละครั้งอาจมีค่าใช้จ่ายสูง การมีประกันชีวิตจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้มากขึ้นโดยไม่กระทบต่อเงินออมที่มีอยู่  แต่อย่าลืมประเมินสุขภาพของตนเอง พฤติกรรมการใช้ชีวิต ประวัติการเจ็บป่วยสุขภาพของตนเอง, พฤติกรรมการ ใช้ชีวิต, ประวัติการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว รวมถึงศึกษารายละเอียดค่ารักษาพยาบาล เพื่อวางแผนทางการเงินได้แม่นยำยิ่งขึ้นและเลือกประกันสุขภาพได้เหมาะสมกับตัวเอง

4. เครื่องมือสร้างความมั่งคั่งของทรัพย์สินในระยะยาว

ประกันชีวิตเป็นเครื่องมือที่มีความเสี่ยงต่ำ ช่วยเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินที่มีอยู่ โดยสามารถกำหนดเป้าหมายทรัพย์สินที่ต้องการบริหารผลตอบแทนที่ต้องการให้ชัดเจน เพื่อเลือกประกันที่ตอบโจทย์ได้มากที่สุด

5. เครื่องมือส่งต่อทรัพย์สินให้ลูกหลาน

ประกันชีวิตจะกลายเป็นหลักให้ลูกหลานได้ในรูปแบบมรดก แม้ในวันที่คุณไม่อยู่แล้ว โดยคุณสามารถประเมินมูลค่ามรดกที่ต้องการส่งต่อสู่ผู้รับผลประโยชน์ และประเมินระยะเวลาที่ต้องการส่งต่อทรัพย์สินที่มีอยู่
“ประกันชีวิต” ให้ทั้งความคุ้มครอง ให้ผลประโยชน์ที่คุ้มค่าได้ เพียงเข้าใจหลักการทำงาน ของประกันแต่ละรูปแบบ
คุณก็สามารถออกแบบอนาคตให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ด้วยการใช้ประกันชีวิตเป็นเครื่องมือทำงานแทนคุณและอย่าลืมนำข้อมูลที่ได้ไปปรึกษาตัวแทนประกันชีวิต เพื่อหาแผนความคุ้มครองที่ตรงความต้องการได้เลย   
คุณสนใจประกันชีวิต รูปแบบใดมากที่สุด?
ประกันชีวิต ที่ให้ความคุ้มครองชีวิตในระยะยาว
ประกันชีวิต เพื่อให้มีทุนไว้ใช้จ่ายในวัยเกษียณ
ประกันสุขภาพ เพิ่มโอกาสในการรักษาและลดภาระค่าใช้จ่าย
ประกันชีวิต ที่สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานได้ในอนาคต
ประกันชดเชยรายได้ ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงิน
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ