ทำงานอย่างไรให้ห่างไกล “ออฟฟิศซินโดรม” (Office Syndrome)

”ออฟฟิศซินโดรม”  โรคที่มักจะเกิดกับพนักงานออฟฟิศ และคนที่ต้องทำงานโดยนั่งอยู่หน้าจอคอมเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคนี้ แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรม คืออะไร?

สาเหตุของโรคออฟฟิศซินโดรมมักจะเกิดจากการอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ เช่น การนั่งหรือยืนอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ จึงทำให้กล้ามเนื้อเกิดความเมื่อยล้าและอักเสบเรื้อรังในที่สุด ซึ่งพบได้มากในพนักงานออฟฟิศที่ต้องทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ส่วนใหญ่มักมีอาการปวดบริเวณกระดูกและข้อ โดยเฉพาะหลัง คอ หัวไหล่ และอาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงพร้อมกับอาการชาบริเวณแขน ขาได้ นอกจากนี้ในบางคนก็อาจมีอาการปวดบริเวณขมับและกระบอกตาร่วมด้วย ซึ่งเป็นอาการที่ไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด

ทำอย่างไร? ให้ห่างไกล “ออฟฟิศซินโดรม”

การดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรคออฟฟิศซินโดรม สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองและปรับอุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงานให้มีความเหมาะสม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมได้มาก และสามารถลดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้

  1. การปรับพฤติกรรม

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองจากที่เคยนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานก็หันมาเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น โดยสามารถปรับพฤติกรรมได้ดังนี้

  • ปรับท่านั่งให้ถูกต้อง : ท่านั่งในการทำงานที่เหมาะสม ควรนั่งหลังตรงให้หลังชิดกับขอบด้านในของเก้าอี้พอดี และวางข้อมือให้อยู่ในตำแหน่งตรงไม่บิดหรืองอขึ้นลง เพราะนั่นจะทำให้ข้อมือเกิดอาการเมื่อยล้าและอักเสบได้ นอกจากนี้ควรเปลี่ยนท่านั่งทุกๆ 20 นาทีด้วย เช่นเปลี่ยนจากนั่งไขว่ห้างมานั่งห้อยขาธรรมดา และสลับไปมาเรื่อยๆ นั่นเอง
  • ยืดกล้ามเนื้อมือและแขนทุก 1 ชั่วโมง : การยืดกล้ามเนื้อมือและแขนบ่อยๆ จะช่วยคลายความเมื่อยล้าและลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและข้อต่อบริเวณนี้ได้ดี โดยสามารถทำได้ด้วยการบริหารมือและแขนแบบง่ายๆ เช่น การกระดกมือขึ้นลง และบิดข้อมือไปทางขวาซ้าย ทำสลับกันประมาณ 20 ครั้ง เป็นต้น
  • ลุกขึ้นเดินเพื่อเคลื่อนไหวร่างกายบ้าง : เมื่อต้องนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ควรลุกขึ้นเดินเพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวบ้าง และเป็นการพักสายตาจากหน้าจอคอมอีกด้วย นอกจากนี้การเดินบ่อยๆ ก็จะช่วยลดไขมันส่วนเกินได้เช่นกัน
  1. การปรับอุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงาน

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง จากที่เคยนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานก็หันมาเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น โดยสามารถปรับพฤติกรรมได้ดังนี้

  • ปรับตั้งจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับเหมาะสม : จอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ในระดับที่ห่างจากสายตาประมาณเท่ากับความยาวแขน และอยู่ในมุมที่เหนือกว่าระดับสายตาเล็กน้อย ซึ่งเป็นระดับที่มองแล้วให้ความรู้สึกสบายตาที่สุด และไม่ต้องก้มหรือเงยจนเกินไป
  • ปรับโต๊ะเก้าอี้ ให้นั่งทำงานได้พอดี : เก้าอี้ควรมีขนาดพอเหมาะ เมื่อนั่งแล้วสามารถวางเท้าลงบนพื้นโดยขาทำมุมได้ 90 องศาพอดี และมีพนักพิงที่รองรับกับหลังส่วนล่างได้ จึงไม่ทำให้เกิดอาการปวดหลังเมื่อนั่งนานๆ นอกจากนี้ขอบของเบาะเก้าอี้ ก็ควรอยู่ต่ำกว่าระดับเข่าเล็กน้อยด้วย
  • แป้นพิมพ์และเม้าส์ ควรอยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวก : โดยแป้นพิมพ์ต้องอยู่ระดับทีศอกสามารถทำมุมได้ 90 องศาพอดี และเม้าท์อยู่ในระดับที่สามารถพักข้อศอกบนที่รองแขนได้แบบสบายๆ

แม้ว่าโรคออฟฟิศซินโดรม จะเป็นโรคที่พบบ่อยในกลุ่มพนักงานออฟฟิศ แต่หากรู้จักดูแลตนเองด้วยการปรับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม จะทำให้ลดโอกาสในการเกิดโรคนี้ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งตามวิธีข้างต้นก็จะช่วยได้ดีทีเดียว

สมัครรับบทความดีๆ
ทุกสัปดาห์

ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE