ลดหย่อนภาษี

ทางเลือกของคนอยากใช้ประกันเพื่อลดหย่อนภาษี

ทางเลือกของคนอยากใช้ประกันเพื่อลดหย่อนภาษี

“ภาษี” นับเป็นรายจ่ายรูปแบบนึงที่คนมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดต้องรับผิดชอบทุกปี โดยรัฐบาลมีนโยบายให้ผู้มีเงินได้ สามารถใช้สิทธ์สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพื่อขอลดหรือคืนภาษีได้จากค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น สิทธิ์ลดหย่อนเลี้ยงดูพ่อแม่ สิทธิ์ลดหย่อนดูแลบุตร และ “เบี้ยประกัน” ก็เป็นอีกตัวช่วยลดหย่อนภาษีที่ช่วยสร้างเงินออมไปในตัว

โดยรูปแบบประกันที่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้มี 3 ประเภท คือ

1. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

แบบประกันที่ช่วยคุณวางแผนอนาคตด้วยการสร้างเงินออมตามเป้าหมายที่ต้องการ โดยประกันที่สามารถลดหย่อนภาษีได้นั้นจะต้องมีอายุกรมธรรม์ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จึงจะสามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายในแต่ละปีไปใช้เป็นค่าลดหย่อนทางภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท

2. ประกันสุขภาพ

คือ ประกันที่ช่วยเพิ่มเติมสิทธิ์รักษาพยาบาลและให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ช่วยลดภาระทางการเงิน เมื่อเจ็บป่วยก็เข้ารับการรักษาได้ภายใต้วงเงินที่กำหนด [ตามเงื่อนไขกรมธรรม์] โดยตั้งแต่ปีภาษี 2560 เป็นต้นไป สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพที่อยู่ในเงื่อนไขสรรพากรได้แก่

 ประกันสุขภาพ ที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ มีเงินชดเชยมอบให้กรณีสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพจากการเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ [เงื่อนไขความคุ้มครองตามกรมธรรม์กำหนด]

 ประกันภัยอุบัติเหตุ ที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดการสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเกิดการแตกหักของกระดูก

ประกันภัยโรคร้ายแรง เช่น ประกันมะเร็ง ให้ความคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาล เมื่อตรวจพบเจอมะเร็ง

ประกันภัยการดูแลระยะยาว การประกันภัยให้ความคุ้มครองดูแลระยะยาว กรณีที่ผู้ทำประกันภัยไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติได้อย่างน้อย 3 ใน 6 อย่าง ได้แก่ การเปลี่ยนระหว่างนอนและนั่ง, การเดิน, การแต่งกาย, การอาบน้ำชำระล้างร่างกาย, การทานอาหาร โดยไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันเหล่านี้ได้ด้วยตัวเองหรือต้องมีผู้ช่วยต่อเนื่องติดต่อกันไม่น้อยกว่า 180 วันหรือมีการรับรองระบุจากแพทย์ชัดเจน

โดยประกันภัยจะจ่ายเป็นค่าทดแทนเป็นรายเดือน หรือมอบเงินชดเชยให้ตามทุนประกันภัยที่ซื้อไว้ และจ่ายต่อเนื่องสูงสุด 24 หรือ 36 เดือน

โดยเบี้ยประกันสุขภาพเหล่านี้ นำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง [สำหรับคนที่ทำประกัน สุขภาพตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป] สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป หรือเงินฝากที่มีประกันชีวิตคุ้มครองแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

3. ประกันชีวิตแบบบำนาญ

เป็นการซื้อประกันเพื่อคุ้มครองรายได้ในวันที่คุณเกษียณอายุ ช่วยสร้างเงินบำนาญไว้ใช้จ่าย ในช่วงชีวิตหลังเกษียณ โดยประกันชีวิตที่สามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้นั้น จะต้องไม่มีเงินคืนระหว่างสัญญาจนกว่าจะอายุครบ 55 ปี และจะต้องจ่ายเงินบำนาญคืนให้คุณทุกปีตั้งแต่อายุ ครบ 55 ปีขึ้นไป (ตามข้อตกลงในที่ระบุไว้ในสัญญา) จนถึงอายุ 85 ปีหรือมากกว่านั้น เบี้ยประกันบำนาญสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท หรือไม่เกิน 15% ของรายได้ และต้องมีอายุกรมธรรม์ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

ฉะนั้น ประกันบำนาญจึงเป็นทางเลือกในการสร้างความอุ่นใจให้คุณในอนาคต ว่ามีเงินใช้แน่นอนแม้จะเลิกทำงานแล้ว

“ประกัน” แต่ละรูปแบบ ให้ความคุ้มครองแตกต่างกันไป แต่หากมองในด้านของการรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี ประกันเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดหย่อนภาษี เพราะมีความเสี่ยงต่ำ กำหนดระยะเวลาเก็บเงินได้อย่างแม่นยำ และยังได้ความคุ้มครองชีวิตกรณีที่คุณเกิดเหตุไม่คาดฝัน ช่วยให้คุณหมดห่วงคนข้างหลังแม้ไม่ได้อยู่ดูแล เริ่มวางแผนลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตวันนี้ โดยพิจารณารูปแบบประกันร่วมกับสำรวจความต้องการของตนเอง ดูเป้าหมายการใช้เงินในอนาคต เพื่อเลือกแบบประกันได้ตรงกับเป้าหมายที่วางไว้

สมัครรับบทความดีๆ
ทุกสัปดาห์

ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE