ดูแลร่างกายอย่างไร? ให้ไม่ต้องพึ่งวิตามินเสริมตอนแก่

article_health_default

บทความสุขภาพ

แชร์

ดูแลร่างกายอย่างไร? ให้ไม่ต้องพึ่งวิตามินเสริมตอนแก่

สุขภาพร่างกายมีกลไกการทำงานตามธรรมชาติ และมีโอกาสเกิดความเสื่อมได้ตามอายุที่มากขึ้น แต่ก็มีปัจจัยบางอย่างที่ส่งผลเสียกับสุขภาพโดยตรง เช่น การใช้ชีวิต ความเครียด อาหาร มลภาวะ กรรมพันธุ์ ทำให้บางคนต้องพึ่งวิตามินเสริมเมื่ออายุมากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้ทำงานได้ตามปกติ แต่หากคุณยังสุขภาพแข็งแรงดีหรือเริ่มมีอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ตามวัย ยังไม่สายเกินไปที่จะหันมาดูแลสุขภาพร่างกายตั้งแต่ตอนนี้ จะได้ไม่ต้องพึ่งวิตามินเสริมในอนาคต

วิธีดูแลร่างกาย ให้ไม่ต้องพึ่งวิตามินและอาหารเสริม

1. จัดเมนูอาหาร ให้หลากหลาย

“การทานอาหารที่หลากหลายเมนูแตกต่างกันไปในแต่ละมื้อ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบ 5 หมู่และเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ ต่างจากการกินอาหารจานโปรดที่ดีต่อสุขภาพเพียงเมนูเดียวติดต่อกันหลายวัน เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับแต่สารอาหารเดิมๆ เสี่ยงต่อการขาดสารอาหารและเกิดการสะสมสารตกค้าง เพราะร่างกายขจัดออกได้ไม่หมด” ซึ่งหากคุณเลือกกินอาหารหลากหลาย เช่น มื้อเช้ากินต้มจืด มื้อกลางวันกินก๋วยเตี๋ยวเรือ มื้อเย็นกินสลัด จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรังในระยะยาว ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โอกาสเจ็บป่วย ต้องเสริมวิตามินซี เกลือแร่และแร่ธาตุบางชนิดจะลดน้อยลงเมื่อแก่ตัวไป

2. ลดปัจจัยเสี่ยง

สำรวจตนเองว่า “มีปัจจัยเสี่ยงใดที่ทำให้สุขภาพเสื่อมก่อนวัยอันควรหรือไม่?” เช่น ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน เสี่ยงภูมิต้านทานลดน้อยลง แก่เร็ว ป่วยง่าย ทานอาหารไม่ตรงเวลา เสี่ยงโรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน เครียดง่าย สูบบุหรี่จัด เสี่ยงมะเร็ง เสี่ยงโรคตับไต เมื่อพบเจอปัจจัยเสี่ยงของตนเองแล้ว ควรหลีกเลี่ยงหรือพยายามลดปัจจัยเสี่ยงนั้น เพื่อลดสาเหตุการเกิดโรคและช่วยชะลอความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ อีกด้วย

3. บริหารสมอง สม่ำเสมอ

โรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ เป็นโรคยอดฮิตที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เมื่อเป็นแล้วจะส่งผกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่หากเริ่มต้นดูแลสุขภาพตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ ด้วยการหาเวลาว่างให้สมองได้พักผ่อน ลดความเครียดระหว่างวัน รวมทั้งหางานอดิเรกทำ เช่น เล่นดนตรี เล่นกีฬา ทำงานประดิษฐ์ ก็จะช่วยชะลอความเสื่อมของสมอง ไม่ต้องพึ่งใช้วิตามินบำรุงแม้อายุจะมากขึ้นก็ตาม

4. รักษามวลกระดูกให้แข็งแรง

ปัญหากระดูกเสื่อม ปวดข้อปวดเข่า หรือกระดูกพรุน เป็นอีกปัญหาใหญ่ที่พบได้ทุกวัย และพบมากขึ้นในกลุ่มคนสูงอายุ รวมถึงคนที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน แม้จะเป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ เพราะแคลเซียมในกระดูกลดน้อยลง แต่การก้มเงย ยกของผิดท่า การเกิดอุบัติเหตุ นั่งผิดสรีระ ก็มีส่วนทำให้กระดูกเสื่อมได้เร็วขึ้น ซึ่งสามารถชะลอความเสื่อม ลดการสูญเสียแคลเซียมในกระดูกได้ด้วยการออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ควบคู่กับการดื่มนม เลือกทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลาตัวเล็ก ผักคะน้า งา น้ำเต้าหู้ ถั่วแระ เพื่อช่วยเพิ่มแคลเซียมให้กระดูก และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่ง เดิน ให้ถูกต้อง

5. ตรวจสุขภาพประจำปี

ไม่ว่าคุณจะมีประวัติการเจ็บป่วยมาก่อนหรือไม่ก็ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีเพื่อตรวจความสมบูรณ์ของสภาพร่างกาย ตรวจสอบการทำงานของอวัยวะภายในว่าเกิดความผิดปกติหรือมีโรคร้ายแรงแฝงอยู่ในร่างกายของคุณหรือไม่ เพื่อทำการรักษาได้ทันท่วงที โดยแนะนำให้ผู้ที่มีอายุเกิน 30 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีความเสี่ยง คนมีลูก เข้ารับการตรวจเฉพาะทาง เช่น ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคลื่นหัวใจ ตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มเติม เพื่อตรวจหาเชื้อและหาแนวทางป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังในระยะยาว
การเริ่มต้นดูแลร่างกายให้แข็งแรงตั้งแต่ตอนนี้ ไม่เพียงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ในระยะยาวจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรังได้นานาชนิด มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ไม่ต้องทนต่อความเจ็บป่วยและไม่ต้องพึ่งวิตามินเสริม หากไม่ได้รับคำสั่งเฉพาะจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คุณมีวิธีการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงโดยไม่พึ่งวิตามินเสริมอย่างไร?
เลือกทานอาหารแต่ละมื้อให้หลากหลาย
เลือกใช้สินค้าออร์แกนิค เพื่อลดสารเคมีปนเปื้อน
ออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 วัน / สัปดาห์
รักษาสุขภาพร่างกาย ควบคู่กับการดูแลจิตใจ
ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ลดความเสี่ยงการเกิดโรค
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ