ดื่มน้ำถูกวิธี ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นทันตา

article_health_default

บทความสุขภาพ

แชร์
ร่างกายคนเราประกอบไปด้วยน้ำ หรือ 60-70%ของน้ำหนักตัว โดยน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญในเลือด อวัยวะต่างๆ เนื้อเยื้อและเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย นอกจากนั้นน้ำยังทำหน้าที่ส่งเสริมระบบการทำงานสำคัญในร่างกายเช่น ระบบเผาผลาญอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบหายใจ ระบบขับถ่ายของเสียในรูปของเหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ และลมหายใจ ฉะนั้นคำกล่าวที่ว่า “น้ำคือชีวิต” ดูจะไม่เกินจริงเลย แต่ที่ผ่านมาพบว่าในแต่ละวันเรายังดื่มน้ำไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย อีกทั้งอาจจะดื่มไม่ถูกวิธี ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำที่ดื่มมาใช้ได้อย่างเต็มที่ มาดู 4 เคล็ดลับง่ายๆที่จะทำให้คุณสุขภาพดีขึ้นเพียงแค่ดื่มน้ำถ้าถูก

1. วิธีดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการในแต่ละวัน

ปริมาณน้ำที่เหมาะสม เพียงพอของแต่ละคนขึ้นอยู่กับอายุ เพศ และกิจกรรมที่ทำ เช่น คนที่ออกกำลังกายต้องการน้ำมากกว่าคนปกติ  องค์การอนามัยโลกได้กำหนดสูตรคำนวณปริมาณน้ำดื่มที่เหมาะสมของแต่ละคนต่อวันเอาไว้ง่ายๆ ดังนี้ น้ำหนักตัว x 33 = ปริมาณน้ำที่ควรได้รับต่อวัน มีหน่วยเป็น มิลลิลิตร (น้ำ 1 แก้ว = 200 มิลลิลิตร) น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ต้องดื่มน้ำ 50 x 33 = 1650 มิลลิลิตร หรือประมาณ 8-9 แก้ว น้ำหนัก 60 กิโลกรัม ต้องดื่มน้ำ 60 x 33 = 1980 มิลลิลิตร หรือประมาณ 9-10 แก้ว น้ำหนัก 70 กิโลกรัม ต้องดื่มน้ำ 70 x 33 = 2310 มิลลิลิตร หรือประมาณ 11-12 แก้วโดยค่อยๆดื่มทั้งวัน ไม่ควรดื่มปริมาณมากๆในคราวเดียวเพราะจะทำให้น้ำและเกลือแร่ในร่างกายขาดความสมดุล ถ้าเราสามารถดื่มน้ำได้อย่างเพียงพอ จะทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี อวัยวะต่างๆ ก็มีเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติและมีสุขภาพแข็งแรง

2. อุณหภูมิของน้ำที่ดื่ม

อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมต่อการดื่มคือน้ำอุณหภูมิห้อง คือน้ำที่ไม่ได้แช่เย็นหรืออุ่นร้อน  การดื่มน้ำเย็นจะทำให้ประสิทธิภาพของระบบการย่อยอาหารลดลง เนื่องจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้ดีที่อุณหภูมิ 25-40 องศาเซลเซียส ถ้าเราดื่มน้ำอุณหภูมิ 2-4 องศาเซลเซียส ร่างกายต้องสูญเสียพลังงานในการปรับอุณหภูมิของน้ำให้เหมาะสมในการย่อยอาหารก่อนอีกทีหนึ่ง

3. ช่วงเวลาในการดื่มน้ำ

  • ตอนเช้าหลังตื่นนอน เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะดื่มน้ำ ช่วยแก้กระหายจากการขาดน้ำตลอดทั้งคืนและน้ำยังช่วยขับของเสียที่เกิดขึ้นขณะเวลาเราหลับอีกด้วย ควรดื่มน้ำประมาณ 2-5 แก้ว
  • ดื่มน้ำก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หลังอาหาร 1 ชั่วโมง และระหว่างที่รับประทานอาหารไม่ควรดื่มน้ำมากเกินครึ่งแก้ว เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพราะถ้าดื่มน้ำมากเกินไปขณะที่ทานอาหาร จะเป็นการเจือจางน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ทำให้ย่อยอาหารได้ไม่เต็มที่ จึงเกิดอาการท้องอืด เร่อมาก เกิดการหมักหมมของอาหารในลำไส้ได้
  • ดื่มน้ำก่อนนอน 1 ชม เพื่อเตรียมน้ำไว้ใช้ในกระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในขณะที่เรานอนหลับและไม่ให้ร่างกายขาดน้ำขณะที่นอนหลับติดต่อกันหลายชั่วโมง

4. วิธีการดื่มน้ำระหว่างวันให้ร่างกายดูดซึมไปใช้มากที่สุด

ให้ค่อยๆจิบน้ำ 2-3 อึก  ทุกๆ 5-10 นาที  มีเคล็ดลับง่ายๆโดยวางแก้วน้ำไว้ใกล้ๆตัว เมื่อนึกขึ้นได้หรือรู้สึกกระหายน้ำก็จิบน้ำทันที แบบนี้ตลอดทั้งวัน ทำให้ติดเป็นนิสัย จะช่วยให้ดื่มน้ำได้เยอะขึ้น ร่างกายสามารถดูดซึมน้ำไปใช้ได้ดีกว่าการดื่มน้ำครั้งละมากๆ จะเห็นว่าการดื่มน้ำเป็นเรื่องง่ายๆที่มีลายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่หลายคนมองข้ามไป หวังว่า4เคล็ดลับการดื่มน้ำนี้จะช่วยให้คุณสามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองได้ง่ายๆ เมื่อร่างกายเราได้รับน้ำปริมาณที่เหมาะสมและสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างเพียงพอแล้ว จะส่งผลให้อวัยวะต่างๆทำงานได้ดี ขับของเสียออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น จะทำให้มีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงขึ้นอย่างแน่นอน 
อาการอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกว่ายังดื่มน้ำไม่พอ?
กระหายน้ำตลอดเวลา
ริมฝีปากแห้ง
ผิวแห้ง มีริ้วรอย
ปัสสาวะสีเข้ม
ท้องผูก
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ