ช้อปของเข้าบ้านงบไม่บานกระเป๋าไม่แบน

เทคนิคประหยัดค่ากินอยู่

article_money_default

บทความการเงิน

แชร์

ห้ามอะไรไม่ยากเท่าห้ามกินของที่ชอบ! ค่าอาหารการกินจึงน่าจะเป็นรายจ่ายส่วนมากในแต่ละเดือนของหลายๆ คน หากประหยัดได้น่าจะเซฟค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยทีเดียว แต่จะทำอย่างไรได้ ก็ในเมื่อของมันต้องกินต้องใช้แล้วเรื่องกินก็เป็นเรื่องใหญ่

จากการสำรวจพบว่าคนไทยหมดค่าใช้จ่ายไปกับค่ากินมากที่สุด โดย 34.8% ของรายจ่ายของครัวเรือนไทยเป็นค่าอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ รองลงมาเป็นค่าที่อยู่ ค่าเครื่องใช้ภายในบ้าน 19.8% และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการเดินทางและยานพาหนะ 17.7% ดังนั้นไม่ต้องตกใจไป คุณไม่ใช่คนเดียวที่หมดเงินเยอะแยะไปกับค่าอาหารในแต่ละเดือน เพราะเป็นเหมือนกันทั้งประเทศ

และถึงแม้เราจะรู้อยู่แก่ใจว่าส่วนมากเสียเงินในแต่ละเดือนไปกับอะไร แต่ก็ห้ามใจได้ยากเพราะเรื่องของกินเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ยังพอมีวิธีที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารและการช้อปกินของใช้กันได้นะ

7 เทคนิคช้อปของเข้าบ้าน แบบงบไม่บานกระเป๋าไม่แบน

  1. วางแผนการเงินให้ชัด
    วางแผนการเงินเบื้องต้นโดยใช้สูตร “ออมก่อน... เหลือเท่าไรค่อยใช้” ได้เงินมาทุกครั้งกันเงินออกมากก่อนเลย 10% เพื่อออม แล้วเหลือเท่าไรค่อยใช้ หากคุณอยากประหยัดค่าใช้จ่าย อาจจะลองเพิ่มจำนวนเงินออมให้มากขึ้นจาก 10% เป็น 20% จากนั้นเหลือเท่าไรค่อยมาจัดสรรว่าจะนำมาใช้จ่ายอะไรบ้าง ซื้ออาหาร ซื้อของเข้าบ้านเท่าไร ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเพิ่มเงินออมและคุมค่าใช้จ่ายได้มาก

  2. ทำลิสต์รายการของที่จะช้อป
    หากคุณไปซื้อของเข้าบ้านแบบไม่มีลิสต์เลยว่าจะซื้ออะไร มีโอกาสที่คุณจะซื้อของที่ไม่จำเป็นติดมือกลับบ้านไปด้วยสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นของลดราคาแต่ไม่จำเป็น หรือแพ็กเกจสวยๆ ที่ล้วนแต่สะกดจิตให้คุณหยิบไปจ่ายเงินได้ทั้งนั้น จากผลการวิจัยพบว่า คนที่ทำลิสต์ก่อนไปซื้อของจะสามารถหลีกเลี่ยงการซื้อของแบบขาดการยั้งคิด (Impulse Spending) และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 23% ต่อเดือน
    * ข้อมูลผลการวิจัยของ University of Pennsylvania
  1. ตุนของจำเป็นต้องใช้ ให้พอใช้ 2-3 เดือน
    หากคุณทำลิสต์ของที่ต้องซื้อในแต่ละเดือนได้แบบแม่นๆ แล้ว และรู้ว่ามีบางรายการที่ต้องซื้อทุกเดือน ลองซื้อสินค้าประเภทนั้นตุนไว้ให้พอใช้สัก 3 เดือนไปเลย แล้วถ้ามีแบบขายเป็นแพ็กใหญ่จะยิ่งช่วยประหยัดเงินได้ปีละ 25%

  2. ซื้อสินค้าเฮาส์แบรนด์ (House Brand)
    หากเลือกซื้อสินค้าตราห้างหรือสินค้าเฮาส์แบรนด์ (House Brand) ยี่ห้อเฉพาะของร้านค้าปลีกซึ่งมีคุณภาพเหมือนกับยี่ห้อดังๆ (Brand Leader) ที่อยู่ในตลาด แต่ราคาถูกกว่า ประหยัดไปได้ 20-30% เลยทีเดียว นั่นก็เป็นเพราะต้นทุนต่ำกว่า และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณานั่นเอง

  3. ซื้อของลดราคา
    จริงอยู่ที่ว่าเราไม่ควรหลงใหลไปกับสินค้าลดราคาที่ซื้อมาแล้วไม่มีโอกาสได้ใช้หรือใช้น้อยมาก แต่ถ้าสินค้าลดราคาชิ้นนั้นสามารถเก็บได้นานและเป็นของที่ใช้อยู่แล้วเป็นปกติ แต่ย้ำว่าจำเป็นจริงๆ เช่น น้ำยาล้างจาน กระดาษชำระ น้ำยาซักผ้า หรือแม้กระทั่งอาหารแช่แข็ง คุณก็สามารถซื้อมาตุนไว้ได้ในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะสามารถประหยัดค่าซื้อของเข้าไปบ้านไปได้ 10-20% ต่อปี

  4. ซื้อด้วยเงินสด
    ลองจ่ายเงินสดหรือบัตรเดบิตแทนที่จะจ่ายด้วยบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือทานข้าวในร้านอาหารก็ได้ จากผลจากศึกษาพบว่า คนที่ช้อปโดยใช้บัตรเครดิตมีโอกาสเสียเงินมากกว่าคนที่ช้อปด้วยเงินสด 12-18% แต่ถ้าคุณมีเป้าหมายที่จะเพิ่มคะแนนสะสมในบัตรเครดิตก็สามารถใช้บัตรได้ แต่อย่าลืมว่าต้องช้อปตามรายการที่ทำลิสต์มาเท่านั้น

  5. ซื้อสินค้าออนไลน์
    นอกจากจะมีโปรโมชั่นราคาพิเศษ ลด แลก แจก แถมแล้ว หากซื้อในปริมาณที่มากพอยังมีบริการส่งฟรีด้วย ประหยัดทั้งเงิน เวลา และค่าเดินทาง

สำหรับคนที่อยากซื้อของบางอย่างจริงๆ แต่ราคาแรงเกินไป เช่น พวกขนมนำเข้า หรือผักผลไม้บางอย่าง ลองกวาดตาดูดีๆ ทุกครั้งที่ไปซื้อของ เพราะวันดีคืนดี ร้านค้าก็นำของชิ้นนั้นมาลดราคา โดยจะมีป้ายเล็กๆ แปะอยู่ที่ชั้น ก็จะทำให้คุณได้ของชิ้นนั้นมาครอบครองในราคาที่ไม่แรงจนเกินไปได้อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ เรื่อง การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2561

คุณมีเทคนิคในการซื้อของเข้าบ้านแบบประหยัดอย่างไร?
ทำช้อปปิ้งลิสต์ก่อนซื้อของ
ช้อปออนไลน์ช่วงลดราคา
ซื้อของแพ็กใหญ่จากร้านขายส่ง
เลือกซื้อผักผลไม้ตามฤดูกาลมาทำอาหาร
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ