ค่าเงินบาทแข็ง VS ค่าเงินบาทอ่อน

ส่งผลกับเราอย่างไร

article_money_default

บทความการเงิน

แชร์

ตั้งแต่เมื่อต้นปี 2562 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 7.5% เมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ ส่งผลให้เงินบาทมีอัตราการแข็งค่ามากที่สุดและเร็วที่สุดในเอเชีย จากสถานการณ์ดังกล่าว มีการตั้งคำถามว่า ค่าเงินบาท ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างไร

จากการที่ภาวะการเงินในตลาดโลกค่อนข้างผันผวนส่งผลให้ “ค่าเงินบาทแข็ง” ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออก ผู้นำเข้า นักลงทุน และผู้ที่กู้เงินตราต่างประเทศ แล้วคนแบบเราๆ ได้รับผลกระทบอะไรจาก “ค่าเงิน” ในชีวิตประจำวันบ้าง 

ค่าเงินบาทแข็ง และ ค่าเงินบาทอ่อน คืออะไร

ค่าเงินบาทแข็ง คือ การ “ใช้เงินบาทน้อยลง” ในการแลกเงินสกุลอื่นในจำนวนที่เท่าเดิม ในขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนคือ การ “ใช้เงินบาทมากขึ้น” ลงในการแลกเงินสกุลอื่นในจำนวนที่เท่าเดิม เช่น ในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็ง เราอาจใช้เงินบาทเพียง 32 บาท เพื่อแลกเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ในบางช่วงเวลาที่ค่าเงินบาทอ่อน เราต้องใช้เงินบาทเพิ่มเป็น 35 บาท เพื่อแลกเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นค่าของเงินบาทจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออก ผู้นำเข้า นักลงทุน และผู้ที่กู้เงินตราต่างประเทศ

ค่าเงินบาทแข็ง ใครได้ประโยชน์

  • คนทั่วไปซื้อสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ได้ในราคาที่ถูกลง
  • คนที่มีแพลนเดินทางไปต่างประเทศ หรือต้องการลงทุนในเงินสกุลอื่น ช่วงที่เงินบาทแข็งถือว่าเหมาะที่จะแลกเงินเก็บไว้ก่อน
  • คนที่ทำประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพื่อมาจำหน่าย หรือเป็นวัสดุสำหรับการผลิต รวมทั้งนำเข้าสินค้าที่ใช้ในการผลิต เช่นเครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ เงินบาทแข็งค่าจะช่วยลดต้นทุนในการนำเข้า ทำให้คุณซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง

ทั้งนี้ หลังจากค่าเงินบาทแข็งมานานหลายเดือน แบงก์ชาติจึงออกมาตรการณ์เพื่อช่วยในเรื่องของการทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลง ด้วยการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อกระตุ้นให้การส่งออกของไทยดีขึ้นในยามที่เศรษฐกิจซบเซาไปทั่วโลก จึงส่งผลกระทบในทางที่ดีกับคนทั่วไปอย่างเราๆ ดังนี้

  • คนที่กำลังจะกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย ได้รับประโยชน์จากการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ที่ถูกลง
  • คนที่เป็นหนี้อยู่และต้องชำระค่างวดสินเชื่อต่างๆ เช่น ค่าผ่อนบ้านอยู่ทุกเดือน หากสัญญาที่เราทำไว้เป็นแบบ "ดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว" (Floating Rate) ก็ได้รับผลดีจากการที่ภาระดอกเบี้ยลดลงตามไปด้วย หรือถ้าจะรีไฟแนนซ์บ้านในช่วงนี้ก็เป็นโอกาสดี

ค่าเงินบาทแข็ง ใครเสียประโยชน์

  • คนที่ทำธุรกิจส่งออกไปขายต่างประเทศ จะนำเงินที่ได้จากการขายของมาแลกเป็นเงินบาทได้ในมูลค่าที่น้อยลง เพราะค่าเงินบาทแข็ง ไม่ใช่เพราะขายไม่ได้ แต่เป็นเพราะเวลาขายของได้แล้ว แลกกลับมาเป็นรูปเงินบาทแล้วได้เงินน้อยลง
  • คนที่ทำงานต่างประเทศ ส่งเงินกลับมาก็จะนำมาแลกเป็นเงินบาทได้มูลค่าน้อยลง
  • คนที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและรับเงินสกุลต่างประเทศ จะนำรายได้มาแลกเป็นเงินบาทได้น้อยลง

ข่าวร้ายสำหรับ คนที่ชอบเก็บเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์เพียงอย่างเดียว การที่แบงก์ชาติประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากน้อยลง การฝากเงินในธนาคารได้ดอกเบี้ยนิดเดียว รวมทั้งพันธบัตร และตราสารหนี้ ให้ผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะปรับลดลงเช่นเดียวกับดอกเบี้ยเงินฝากไม่น่าสนใจ แทนที่จะนำไปฝากธนาคารก็นำเงินไปจับจ่ายใช้สอย หรือเคลื่อนย้ายเงินทุนไปในส่วนอื่นแทน ทำให้เงินหมุนเวียนและกระจายในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

ค่าเงินบาทอ่อน ใครได้ประโยชน์

ค่าเงินบาทอ่อน คือ การที่เงินบาทมีมูลค่าน้อยลงจากเดิม ซึ่งสาเหตุเกิดจากการขาดดุลทางการค้า มีการนำเข้าสินค้ามากกว่าส่งออก รวมถึงการที่ต่างชาติถือเงินสกุลอื่นเข้ามาลงทุน แต่เมื่อต่างชาติต้องการซื้อตราสารต่างๆ ก็ต้องแลกเป็นเงินบาทก่อน ซึ่งคนที่ได้รับผลดีจากการที่เงินบาทอ่อนค่า คือ

  • คนที่ทำธุรกิจส่งออกไปยังต่างประเทศ นำเงินสกุลต่างประเทศมากแลกเป็นเงินบาทได้มากขึ้น
  • คนที่ทำงานต่างประเทศ ส่งเงินกลับมาก็จะนำมาแลกเป็นเงินบาทได้มูลค่ามากขึ้น
  • คนที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและรับเงินสกุลต่างประเทศ จะนำรายได้มาแลกเป็นเงินบาทได้มูลค่ามากขึ้น

ค่าเงินบาทอ่อน ใครเสียประโยชน์

  • คนทั่วไป จะซื้อสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้ในราคาที่แพงกว่าเดิม รวมทั้งใครที่มีแพลนเดินทางไปต่างประเทศ ช่วงเงินบาทอ่อน จะแลกเงินสกุลต่างประเทศได้น้อยกว่าเดิม แต่ใช้เงินบาทเท่าเดิม
  • หากคุณประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพื่อมาจำหน่าย หรือเป็นวัสดุสำหรับการผลิต รวมทั้งนำเข้าสินค้าที่ใช้ในการผลิต จะมีต้นทุนในการนำเข้าสินค้าและบริการต่างๆ สูงขึ้น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ