ประกันชีวิต

ความ “เข้าใจผิด” เกี่ยวกับ “ประกันชีวิต” ที่อาจทำให้คุณพลาดรับผลประโยชน์แบบไม่รู้ตัว

ความ “เข้าใจผิด” เกี่ยวกับ “ประกันชีวิต” ที่อาจทำให้คุณพลาดรับผลประโยชน์แบบไม่รู้ตัว

“ประกันชีวิต” เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงและเป็นหลักประกันให้กับคนข้างหลังในวันที่คุณไม่อยู่แล้ว และมักถูกใช้เป็นเครื่องมือวางแผนอนาคต เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับชีวิตตัวเองและครอบครัว แต่หลายครั้งที่เกิดความเข้าใจผิดในการทำประกันชีวิต เพราะข้อมูลที่บอกต่อกันมาจนอาจทำให้ตัดสินใจทำประกันชีวิตไม่ตรงตามเป้าหมาย ทำให้ได้รับประโยชน์จากการทำประกันชีวิตไม่ตรงตามความต้องการ

โดยความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับประกันชีวิตที่พบได้บ่อย มีดังนี้

1. เข้าใจผิดว่า “ซื้อประกันแบบไหนก็ได้เหมือนกันหมด”

จริงอยู่ที่วัตถุประสงค์หลักของการทำประกันชีวิตคือความคุ้มครองชีวิตในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เพื่อให้คนข้างหลังหรือครอบครัวรับความอุ่นใจ แต่นอกจากความคุ้มครองชีวิตแล้ว ประกันชีวิตยังสามารถช่วยคุณวางแผนอนาคตด้านการเงิน สุขภาพ และยามเกษียณได้ด้วย ฉะนั้นควรทำความเข้าใจรายละเอียดผลประโยชน์ของแต่ละแบบประกันให้เข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อ ดูวิธีเลือกแบบประกันที่เหมาะกับคุณได้ที่นี่

2. เข้าใจผิดว่า ประกันชีวิตทุกรูปแบบ คือ การลงทุน

เพราะประกันชีวิตมีหลายรูปแบบ ซึ่งให้ผลตอบแทนแตกต่างกันไป เช่น

  • ประกันชีวิตคุ้มครองสุขภาพ ซึ่งให้ผลตอบแทนในรูปแบบความคุ้มครองสุขภาพ
  • ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งอาจมีเงินคืนระหว่างปี

แต่หากจุดประสงค์ในการซื้อประกันของคุณคือการลงทุน ควรเลือกทำประกันชีวิตควบคู่การลงทุน หรือที่เราเรียกว่า Unit-Linked Life Insurance ซึ่งเป็นแบบประกันที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการลงทุนในผ่านกองทุนใน บลจ. ต่างๆ โดยเบี้ยประกันภัยที่คุณจ่ายไปจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของความคุ้มครองชีวิตและส่วนของการลงทุน ตามสัดส่วนที่กำหนดในเงื่อนไขของกรมธรรม์ ประกันชีวิตรูปแบบนี้จะทำให้คุณสามารถเลือกลงทุนในกองทุนต่างๆ ได้ตามต้องการ แต่อย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นควรศึกษาและทำความเข้าใจรายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน

3. เข้าใจผิดว่า “การทำประกันชีวิต เหมาะสำหรับคนสูงอายุเท่านั้น”

แต่ที่จริงแล้วคนทุกวัยสามารถทำประกันชีวิตได้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการทำประกันประกันชีวิตมีให้เลือกหลายประเภท เช่น เพื่อฝึกวินัยการออม พร้อมรับความคุ้มครองในระยะยาว มีผลตอบแทนระหว่างสัญญา รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี เพื่อคุ้มครองชีวิตและครอบคลุมการดูแลรักษาสุขภาพ และประกันมะเร็ง คุ้มครองโรคร้าย โดยประกันชีวิตทุกแบบ มีรูปแบบการทำงานแตกต่างกันไป เพื่อให้คุณเลือกในสิ่งที่ใช่ที่สุดกับตัวเองและขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่วางไว้ตั้งแต่แรก ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเลือกซื้อประกันได้ที่นี่

4. เข้าใจผิดว่า ประกันชีวิต เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ไม่จำกัด

ประกันชีวิตที่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้จะต้องเป็นประกันชีวิตแบบคุ้มครองสุขภาพ โดยวงเงินประกันที่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลในแต่ละครั้งจะเป็นไปตามวงเงินที่กำหนดในเงื่อนไขของแต่ละแบบประกัน เช่น สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เฉพาะกรณีผู้ป่วยใน สามารถเบิกค่ารักษาได้แบบไม่จำกัดต่อครั้ง แต่จำกัดวงเงินในการรักษาว่าไม่เกิน 1 แสนบาท ฉะนั้น ควรพิจารณาให้ดีว่าคุณเหมาะกับความคุ้มครองสุขภาพแบบใดมากกว่ากัน โดยศึกษาข้อกำหนด วงเงิน และเงื่อนไขการจ่ายเงินชดเชยเมื่อต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว

5. เข้าใจผิดว่า อยากได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ก็แค่ซื้อประกันชีวิต

ก่อนตัดสินใจซื้อประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี ควรทำความเข้าใจกฏเกณฑ์ในการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตและตรวจสอบว่าประกันชีวิตที่คุณวางแผนจะซื้อนั้น เข้าเกณฑ์ในการยืนลดหย่อนภาษีหรือไม่ เพราะหากคุณซื้อประกันที่ไม่ตรงตามเกณฑ์ลดหย่อนภาษี จะทำให้พลาดการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ สามารถดูบทความเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิตได้ที่นี่

6. เข้าใจผิดว่า “ไม่จำเป็นต้องอ่านข้อมูลในเล่มกรมธรรม์”

เพราะประกันชีวิตแต่ละแบบมีความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และการจ่ายเงินชดเชยที่แตกต่างกัน ดังนั้น เมื่อคุณได้รับเล่มกรมธรรม์แล้ว ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนตัว ความคุ้มครอง และผลประโยชน์ของแบบประกันที่ระบุไว้ในเล่นกรมธรรม์ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณได้ทำประกันตรงตามเป้าหมายที่ต้องการ

ยังมีอีกหลายความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำประกันชีวิต จนบางครั้งต้องพลาดโอกาสในการรับประโยชน์จากเบี้ยประกันที่จ่ายไป ฉะนั้น ก่อนทำประกันทุกครั้งอย่าลืม ศึกษารายละเอียดและทำความเข้าใจแบบประกันก่อนตัดสินใจซื้อ และอย่าลืม เลือกทำประกันตามเป้าหมายที่คุณต้องการ เพื่อรับประโยชน์จากเบี้ยที่จ่ายไปอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

 

สมัครรับบทความดีๆ
ทุกสัปดาห์

ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE