“ความเสี่ยง” ที่คนไม่มี “เงินออม” อาจเจอ!

โดยปกติแล้วคนเราต่างใช้ชีวิตกันตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป บางคนชอบความหรูหรา กินข้าวมื้อละหลายพันบาท บางคนใช้เงินเกินกว่าที่หามาได้ บางคนมัธยัสถ์อดออมเพื่ออนาคต ฯลฯ ขึ้นอยู่ว่าใครจะคิดถึงอนาคตมากแค่ไหน?

หากไม่มีการวางแผนทางการเงินเพื่ออนาคตที่ดีแล้วคุณอาจต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยง ที่คนไม่มีเงินออมอาจจะเจอ…“4 ความเสี่ยง” ดังต่อไปนี้

  1. เสี่ยงเมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉิน

    “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” แต่จะมีสักกี่คนที่จริงจังเรื่องการดูแลตัวเอง ยิ่งวัยทำงานยิ่งโหมงานหนัก ไม่มีเวลาดูแลสุขภาพ จนละเลยสัญญาณเตือนจากร่างกาย ทำให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยแบบฉับพลันหรือเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องใช้เวลารักษายาวนาน และอาจสูญเสียรายได้ หรือต้องหมดเงินออมไปกับการรักษาตัว

    คำแนะนำ : เพื่อรับมือกับความเสี่ยงเจ็บป่วยฉุกเฉิน
    แบ่ง 10% ของรายได้มาเก็บออมเลือกทำประกันสุขภาพ เพื่อชดเชยรายได้ และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

  2. เสี่ยงเมื่อครอบครัวขาดสภาพคล่อง

    สำหรับคนมีครอบครัว การมีเงินออมส่วนกลางและมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอเป็นเรื่องจำเป็นมากที่สุด แต่หากคุณเกิดเจ็บป่วยจนทำให้ครอบครัวขาดสภาพคล่อง อาจมีผลกระทบต่อครอบครัวได้ทันที หากคุณมีเงินสำรองไม่เพียงพอ

    คำแนะนำ : เพื่อรับมือกับความเสี่ยงเมื่อขาดสภาพคล่อง
    สำรวจเงินออมของครอบครัว ว่ามีมากพอสำหรับรับ ความเสี่ยงหรือไม่ อย่างน้อยควรมีเงินเก็บสำรองไว้ไม่ต่ำกว่า 6 เท่าของเงินเดือนของคุณ
    มองหาตัวช่วยลดความเสี่ยง เช่น ประกันชดเชยรายได้ เพื่อลดภาระในวันที่คุณเจ็บป่วย และรักษาสภาพคล่องทางการเงินของครอบครัวให้ไม่สะดุด

  3. เสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงาน

    “ทุกอาชีพมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแตกต่างกัน” ส่วนใหญ่มักเกิดจากความประมาท การเดินทาง หรืออุปกรณ์สำนักงานชำรุด ทำให้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด เช่น ถูกของหนักตกใส่, ไฟฟ้าช็อต, ผิวหนังโดนความร้อนจากเครื่องมือที่ใช้ ฯลฯ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ สวัสดิการพนักงาน หรือประกันสังคม อาจไม่ได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำให้คุณ ต้องควักเงินเก็บจ่ายค่ารักษาเพิ่มเองอีก เจ็บตัวแล้วยังเสียตังค์ด้วย

    คำแนะนำ : เพื่อรับมือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
    หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์สำนักงานใช้เป็นประจำ หรือสวมเครื่องมือป้องกัน เมื่อต้องเข้าไปในที่เสี่ยง เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ

  4. เสี่ยงเมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้อ

    “ภาวะเงินเฟ้อ” คือ ราคาสินค้าหรือบริการในระยะเวลาหนึ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น ทำให้มูลค่าเงินในมือของคุณน้อยลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นควรวางแผนออมเงินในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถคงมูลค่าของเงินที่มีอยู่เพื่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อ เช่น นำเงินไปลงทุนซื้อบ้าน ที่ดิน คอนโด ที่มีแนวโน้มว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นทุกปี หรือเลือกลงทุนแบบระยะสั้นได้รับผลตอบแทนเร็ว แต่ควรศึกษาข้อมูลก่อนเลือกลงทุนด้วยวิธีใดๆ ก็ตาม

    คำแนะนำ : เพื่อรับมือก่อนเกิดภาวะเงินเฟ้อ
    เริ่มวางแผนการออมในรูปแบบต่างๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง และเพิ่มมูลค่าเงินออม โดยแบ่งออกเป็น อสังหาริมทรัพย์ กองทุน ตราสารหนี้ ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ที่ให้ผลตอบแทนไม่น้อยไปกว่าอัตราเงินเฟ้อ (ปัจจุบันประมาณ 3% ต่อปี) เพื่อคงมูลค่าเงินออมของคุณไม่ให้ลดค่าลงและเป็นการเพิ่มมูลค่าเงินออมให้ออกดอกออกผลได้ดีอีกด้วย

ดังนั้น การมี “เงินออม” เสมือนมี “เครื่องมือช่วยลดความเสี่ยง”

ยิ่งเริ่มวางแผนทางการเงินเร็วเท่าไหร่ ยิ่งช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเงินในอนาคต ได้มากเท่านั้น

สมัครรับบทความดีๆ
ทุกสัปดาห์

ยินดีรับข่าวสารจาก SCBLIFE