กินยามากไป ไตพังไม่รู้ตัว

ยาอะไรบ้างเสี่ยงไตพัง

article_health_default

บทความสุขภาพ

แชร์

เอะอะก็กินยา เป็นอะไรนิดๆหน่อยๆ ก็กินยาเผื่อไว้ก่อน ไม่ปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรอย่างถูกต้อง ทำให้ไตต้องทำงานหนักมาก สุดท้ายท้ายไตพังไม่รู้ตัว

การกินยาทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นเพราะเป็นโรคที่สามารถหายเองได้แต่ต้องพักผ่อนให้มากๆ การจ่ายยาแก้อักเสบหรือยาแก้ปวดกินเอง รวมไปถึงคนที่มีโรคประจำตัวและปัจจุบันกินยาเยอะมากอยู่แล้วแต่ไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างทำให้ต้องกินยาเพิ่มหรือติดต่อกันนานๆ ล้วนส่งผลผลร้าย ทำลาย “ไต” ในระยะยาว

ยาอะไรบ้างกินแล้วเสี่ยงไตพัง

  • พวกยาเถื่อนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน
    ยาชุด ยาสมุนไพร ยาบำรุง และอาหารเสริม ที่ไม่ระบุตัวยา และส่วนประกอบที่ชัดเจน ซึ่งมักมีการลักลอบใส่สารที่เป็นอันตรายและเป็นพิษต่อไต ทำให้เนื้อไตอักเสบเฉียบพลันหรือเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้ จึงไม่ควรใช้ยากลุ่มนี้เด็ดขาด

  • ยากลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs)
    ยาชุดที่มียาแก้อักเสบหลายตัวรวมกันเป็นกลุ่มยาที่คนไทยนิยมซื้อกินเอง เพื่อบรรเทาอาการปวดลดไข้ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดจากโรคเกาต์ ข้อเข่าเสื่อม ปวดประจำเดือน หรือปวดฟัน ซึ่งการกินยาในกลุ่มนี้ปริมาณมากและต่อเนื่องกันนานส่งผลให้เลือดมาเลี้ยงไตไม่เพียงพอ เนื่องจากยาไปทำให้หลอดเลือดที่เลี้ยงไตเกิดการหดตัว ทำให้เกิดไตวายเฉียบพลัน จึงไม่ควรกินยาแก้อักเสบติดต่อกันหลายวัน ยิ่งถ้าคนไข้กินยาสมุนไพรด้วยก็จะทำให้เกิดไตวายง่ายขึ้นอีก

  • ยาต้านจุลชีพ
    ยาต้านจุลชีพในกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ (Aminoglycosides) เป็นกลุ่มยาปฏิชีวนะที่มักใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งแบคทีเรียไม่ให้ผลิตโปรตีนที่ใช้ในการดำรงชีวิต ทำให้แบคทีเรียตายในที่สุด ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยาเจนตามัยซิน ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย มักใช้ในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างรุนแรง ทั้งการติดเชื้อที่ดวงตา หู ผิวหนัง หรือทางเดินปัสสาวะ การใช้ยาในกลุ่มนี้ต้องปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา ปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสม

สัญญาณอันตราย “ไต” ใกล้พัง

ผู้ป่วยโรคไตในระยะเริ่มแรกหลายท่านอาจไม่มีอาการรุนแรง จนกระทั่งโรคมาถึงขั้นร้ายแรงแล้ว อาจมีอาการเหนื่อยง่าย คิดอะไรไม่ค่อยออก เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ผิวแห้ง คัน กล้ามเนื้อเป็นตะคริวตอนกลางคืน เท้าและข้อเท้าบวม ตาบวมน้ำ โดยเฉพาะในตอนเช้า ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน และปัสสาวะมีฟองมากผิดปกติ อาการเหล่านี้ เป็นสัญญาณเตือนโรคไต แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจการทำงานของไต และดูแลรักษาอย่างถูกต้องก่อนที่เนื้อไตจะถูกทำลายอย่างถาวร จนกลายเป็นโรคไตวายเรื้อรัง

กินยาอย่างไร ให้ “ไต” ไม่พังเพราะยา?

  • ไม่การกินยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ยาหมดอายุ ยาที่หีบห่อฉีกขาดแล้ว
  • ไม่ซื้อยามากินเอง
  • กินยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • เลี่ยงกินยาในกลุ่มที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อไต
  • ลดปริมาณการกินยาให้น้อยลง แล้วหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง รักษาสุขภาพ ร่างกายให้แข็งแรง ลดการเจ็บป่วย
  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากกว่าปกติ เพื่อลดสารตกค้างในไต
  • หากต้องกินยาในกลุ่มสเตียรอยด์ หรือยาที่ส่งผลต่อไต ควรกินภายใต้การดูแลของแพทย์ และติดตามผลการรักษาของยาเสมอ
  • กินยาเท่าที่จำเป็น ไม่ใช่เป็นเอะอะก็กินยา อะไรนิดๆหน่อยๆ ก็กินยาเผื่อไว้ก่อน
  • กินยาตามคำสั่งของแพทย์ เพราะยาบางชนิดต้องกินให้หมดตามที่แพทย์สั่งจ่ายเพราะร่างกายอาจดื้อยาได้ ในขณะที่ยาบางชนิดหยุดกินได้หากหายจากอาการเจ็บป่วย

“ยา” ทุกชนิดเป็นเหมือนดาบสองคม การเจ็บป่วยแต่ละครั้งของคุณ จึงควรหยิบยามากินเท่าที่จำเป็นและกินยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์ จะได้ช่วยลดภาระให้ไตไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป ช่วยชะลอความเสื่อมให้ไตและลดความเสี่ยงการเกิดโรคไต ที่เกิดจากการกินยาให้ลดน้อยลง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้ไตพัง ไตเสื่อมเร็วขึ้นร่วมด้วย คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคไต เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง คนที่มีประวัติครอบครัวมีผู้ป่วยโรคไต และผู้สูงอายุ จึงควรสังเกตความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ พร้อมทั้งตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะ ตรวจเลือดเป็นระยะๆ เพื่อเช็กสุขภาพไตและเป็นการเฝ้าระวังการเกิดโรคไตอีกทางนึงด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก: บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชนเรื่องยากับอันตรายต่อไต คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

คุณมีวิธีการเลือกกินยาอย่างไร ไม่ให้ไตพัง?
กินยา เฉพาะตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น
รักษาสุขภาพให้แข็งแรงที่สุด ลดการเจ็บป่วย
ไม่ซื้อยากินเอง
งดกินอาหารเสริม เลี่ยงวิตามินเสริม
มีการปรึกษาเภสัชกร / แพทย์ ทุกครั้งก่อนเลือกใช้ยา
ส่งความคิดเห็น
ดูเพิ่ม

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ